Navigation Menu
ทัวร์อังกฤษ

ทัวร์อังกฤษ

ทัวร์อังกฤษ

  • Author: ben_salivary
  • Date Posted: มี.ค. 25, 2014
  • Category:

สหราชอาณาจักร (United Kigdom) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ประเทศอังกฤษ โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาทัวร์อังกฤษเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ความเจริญทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และการศึกษา อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างวัฒนธรรม พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย หากได้ศึกษาข้อมูลก่อนมาทัวร์อังกฤษจะพบว่า เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ ได้แก่ เกาะใหญ่ (The Great Britain) คือเกาะที่รวมอาณาเขตของอังกฤษ (England) เวลส์ (Wales) และสก็อตแลนด์ (Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) มีพื้นที่ทั้งประเทศประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร และมีพรมแดนติดกับสก็อตแลนด์, เวลส์ โดยมีกรุงลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงของประเทศ อีกทั้งยังมีเมืองสำคัญที่ผู้มาทัวร์อังกฤษส่วนใหญ่ต้องการจะมาเยือน ได้แก่ เคมบริดจ์ (Cambridge), อ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford), บริสโทล (Bristol), บอร์นมัธ (Bournement), บาธ (Bath), เบอร์มิ่งแฮม (Birmingham), แมนเชสเตอร์(Manchester), ไบร์ทตัน (Brighton)

สำหรับสภาพภูมิอากาศ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นจะต้องทราบก่อนเดินทางมาทัวร์อังกฤษ เนื่องจากจัดอยู่ในประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิ อากาศค่อนข้างสูง มีอากาศค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะมีกระแสน้ำอุ่น และน้ำเย็นไหลผ่าน โดยทางตอนเหนือจะหนาว มากกว่าทางตอนใต้ ส่วนภาคตะวันตกจะมีฝนตกมากกว่าทางตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในช่วงฤดูหนาวจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในช่วงฤดูร้อนประมาณ 18-22 องศาเซลเซียส นอกจากนี้เรายังสามารถแบ่งสภาพภูมิกาศออกได้เป็น 4 ฤดูกาล ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวทุกท่านสามารถไปทัวร์อังกฤษได้ ในช่วงเวลาที่ต้องการ

-ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) เดือนมีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะมีความแปรปรวนสูง โดยบางวันอากาศอบอุ่น มีแสงแดดจัดในตอนเช้า และเปลี่ยนแปลงเป็นหนาวเย็น หรือฝนตกในช่วงบ่ายภายในวันเดียวกัน
-ฤดูร้อน(Summer) เดือนมิถุนายน-สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่ในฤดูนี้ จะอบอุ่น และมีแดดจัด
-ฤดูใบไมร่วง (Autumn) เดือนกันยายน-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่เปลี่ยนไปสู่ฤดูหนาว สภาพอากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น
-ฤดูหนาว(Winter) เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศจะความหนาวเย็นมากที่สุดในช่วงนี้ อีกทั้งยังมีหิมะตกในบางพื้นที่ ช่วงเวลากลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และมืดเร็วกว่าปกติ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสหิมะ ฤดูหนาวคือตัวเลือกที่ดีดีสุดเมื่อท่านมาทัวร์อังกฤษฃ

หลังจากที่นักท่องเที่ยวหลายๆ ท่านสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการมาทัวร์อังกฤษได้แล้ว ตอนนี้อยากจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งไม่ว่าใครก็อยากไปเยือนเมื่อมาทัวร์อังกฤษ

-พระราชวังบัคกิ้งแฮม(Buckkingham Palace) สถานที่ประทับของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 และพระสวามี เดิมเป็นบ้านของขุนนาง Duke of Buckingham โดยสร้างเมื่อปีค.ศ. 1703 – 1705

-กองหินประหลาด สโตนเฮนจ์ (Rock Stonehenge) ประกอบด้วยกองหินปริศนาขนาดใหญ่จำนวน 112 ก้อน และแต่ละก้อนทรงสูง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางทับซ้อนอยู่บนยอด วงหินรอบนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 100 ฟุต หินที่เรียงรายอยู่ทั้งหมดถึง 30 ก้อน ล้วนแต่ก้อนขนาดมหึมา สูงถึง 13 ฟุต และหนักเป็นตันๆ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาวาง และมาวางเพื่อวัตถุประสงค์อะไร จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกที่หนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้มาทัวร์อังกฤษ

-มหาวิหารเซนต์ปอล (The Basilica of Saint Paul) เป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อังกฤษ ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมชม หากไปที่พื้นใต้โดมแห่งมหาวิหารเซนต์ปอล ท่านจะพบคำที่สลักไว้บนเพื่อรำลึกถึงเซอร์ คริสโตเฟอร์ เรน สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งกล่าวว่า “ถ้าคุณจะมองหาอนุสาวรีย์ของเขา จงมองไปรอบตัวคุณ”

-วิหารเวสต์มินสเตอร์(Westminster Abbey) มีความสำคัญ อย่างยิ่งในประวัติศาสตร์  อังกฤษเพราะเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์แห่งอังกฤษมากว่า 900 ปีแล้ว

-ทราฟัลการ์สแควร์(Trafalgar Square) เป็นจัตุรัสกว้างใหญ่ที่มีอนุสาวรีย์ลอร์ดเนลสันอยู่ตรงกลาง แผ่นป้ายจุดเริ่มต้นกิโลเมตรหรือไมล์ที่ 0 อยู่ใกล้พระรูปทรงม้าของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 อาคารโดยรอบประกอบด้วยสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง

-หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Clock Tower, Palace of Westminster) หรือรู้จักดีในชื่อบิ๊กเบน เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภาอังกฤษ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง

อาหารอังกฤษมีหลากหลายชนิด โดยจะมีเนื้อเกือบทุกชนิดเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว แกะ หมู ไก่ และปลา ซึ่งมักจะเสิร์ฟพร้อมกับผักต่างๆและมันฝรั่ง อาหารที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ คือ ฟิชแอนด์ชิปส์ แซนด์วิช พาย และขนมหวานนานาชนิด ส่วนอาหารที่เมื่อไปทัวร์อังกฤษแล้วต้องรับประทาน ได้แก่

Scone: สโคน เป็นขนมปังชนิดหนึ่งทำจากแป้งข้าวสาลี, ข้าวบาเลย์ หรือไม่ก็ข้าวโอ๊ต โดยปกติแล้วจะนำแป้งไปผสมกับผงฟูทำขนมปังแล้วอบ สโคนนั้นมีลักษณะใกล้เคียงกับมัฟฟินของอเมริกัน แต่มีลักษณะเป็นก้อนหนากว่า และมักจะใส่ลูกเกดหรือ ผลไม้ตากแห้งอื่น ๆ ลงไปด้วย สโคนที่ทำในอเมริกา อาจจะมีการใส่ผลไม้อื่น เช่น แครนเบอร์รี่หรือถั่วชนิดต่าง ๆ ด้วย สโคนนั้นมักจะเสิร์ฟในการดื่มชาเดวอนเชียร์

Fish and Chips: ประกอบด้วยตัวแป้งที่มีส่วนผสมของ เบียร์ แป้ง นม และไข่ ส่วนเนื้อปลาที่นิยมใช้กัน คือ ปลาคอด หรือ ปลาแฮดดอก ในส่วนของมันฝรั่งจะต่างจากบ้านเราเพราะมันฝรั่งทอดของที่นี่จะมีขนาดชิ้นที่ใหญ่กว่า French Fries ที่เราเคยเห็นกันที่เมืองไทย นอกจากนี้แล้วยังกินกับถั่วลันเตาต้ม จิ้มกับ tar tar sauce บีบน้ำมะนาวลงบนตัวปลา และที่พลาดไม่ได้คือ Red wine vinegar ที่เป็นที่นิยมของคนอังกฤษเมื่อรับประทานเมนูนี้อีกด้วย

The Sunday roast: ซันเดย์โรสต์ เป็นอาหารประเภท อบ หรือย่างให้สุก นิยมทานเป็นมื้อค้ำของวันอาทิตย์ จึงเรียกว่า ซันเดย์ โรสต์ โดยจะประกอบไปด้วย มันฝรั่ง ต้ม อบ หรือ บด เนื้อย่างหรืออบ ชนิดต่างๆ ผักต่างๆ และเสิร์ฟพร้อมกับน้ำ เกรวี ซึ่งการเสิร์ฟในแบบต่างๆ จะขึ้นอยู่กับชนิดที่แตกต่างกันของเนื้อ เช่น เนื้อหมูจะเสิร์ฟพร้อมกับซอสแอปเปิ้ล เนื้อวัวจะเสิร์ฟพร้อมกับยอร์คเชอร์พุดดิ้ง เป็นต้น

ประเทศอังกฤษ ไม่มีภาษาทางราชการ แต่ภาษาที่นิยมใช้กัน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาท้องถิ่นอื่นๆ ก็ได้แก่ ภาษาสกอต ภาษากลุ่มแกลิกและบริทโทนิก เช่น ภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช และภาษาสกอตติชแกลิก สกุลเงินของอังกฤษเป็นเงินสเตอร์ลิง (GBP) มีหน่วยเป็นปอนด์ แบ่งออกเป็นธนบัตรทั้งหมด 4 ชนิด คือ ธนบัตรใบละ 5,10, 20 และ 50 ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนีโดย 1 ปอนด์ สามารถแลกเป็นเงินไทยได้ประมาณ 53 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

Post a Reply

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>