Navigation Menu
ทัวร์อเมริกา

ทัวร์อเมริกา

ทัวร์อเมริกา

เมษายน 42014

ประเทศอเมริกา หรือสหรัฐอเมริกา มีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยี และระบบการเงิน ประเทศอเมริกาประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ มีพรมแดนติดต่อ กับแคนาดาทางทิศเหนือ และเม็กซิโกทางทิศใต้ มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ทั้งยังเป็นประเทศที่มีความแตกต่างหลากหลายในเชื้อชาติ และวัฒนธรรม อันเป็นผลมาจากการอพยพจากหลายประเทศ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นเศรษฐกิจระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังประเทศที่คนส่วนใหญ่นิยมไปศึกษาต่อ เนื่องจากจะได้ความรู้ทางด้านวิชาการที่เป็นมาตรฐานแล้ว ยังจะได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอีกด้วย ในด้านการท่องเที่ยวก็ถือเป็นประเทศที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยสังเกตได้จากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อเมริกาในแต่ละปีนั่นเอง

การจะไปทัวร์อเมริกาที่เมืองใดก็ตาม ควรที่จะตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่มาก ทำให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ ลักษณะอากาศของแต่ละเขตจึงแตกต่างกันไป โดยมีลักษณะภูมิอากาศตั้งแต่แบบเขตร้อน  แบบกึ่งแห้งแล้ง แบบที่สูง แบบทะเลทราย แบบเมดิเตอร์เรเนียน แบบมหาสมุทร แบบกึ่งขั้วโลกหรือขั้วโลก และสภาพอากาศแบบสุดขั้ว ซึ่งมักจะมีเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เราสามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น 4 ฤดูด้วยกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกท่านเลือกช่วงที่จะมาทัวร์อเมริกาได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยทั้ง 4 ฤดูนี้ ได้แก่

-ฤดูร้อน (Summer) เริ่มตั้งแต่ มิถุนายน – ปลายเดือนกันยายนหรือต้นตุลาคม

-ฤดูใบไม้ร่วง  (Fall, Autumn) เริ่มตั้งแต่ ตุลาคม – พฤศจิกายน

-ฤดูหนาว (Winter) เริ่มตั้งแต่ ธันวาคม – กุมภาพันธ์

-ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) เริ่มตั้งแต่ มีนาคม – พฤษภาคม

มาดูกันที่อาหารภายในประเทศอเมริกากันต่อ ซึ่งหากสังเกตดูแล้วจะพบว่ามีความหลากหลายมาก เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ตลอดเวลา โดยอาหารที่ประกอบขึ้นจากไก่งวง มันสำปะหลัง ข้าวโพด และฟักทอง จะมาจากอาหารพื้นเมืองของสหรัฐอเมริกา หรืออาหารชาวอินเดียนแดง ส่วนอาหารที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างพายแอปเปิล พิซซา ชาวเดอร์ พาสตา แฮมเบอร์เกอร์ ฮอตด็อก แซนด์วิช จะมาจากประชากรฝั่งยุโรปที่อพยพเข้ามา นอกจากนี้ยังมีอาหารประเภทเบอร์ริโต และทาโก ซึ่งมาจากกลุ่มที่อพยพมาจากทางประเทศเม็กซิโกอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้มาทัวร์อเมริกาสามารถเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายได้โดยไม่ที่เบื่อ

ภาษาราชการของอเมริกาไม่มีกำหนดอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศ ทำให้การมาทัวร์อเมริกาไม่มีปัญหาด้านการสารอย่างแน่นอน นอกจากนี้ภาษาที่มีใช้กันมากในสหรัฐอเมริกามากกว่าหนึ่งล้านคน ได้แก่ ภาษาสเปน ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาตากาล็อก ภาษาเวียดนาม ภาษาเยอรมัน เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศอเมริกา คือ ดอลลาร์ (US Dollar, USD, US$) โดยที่ $1 จะเท่ากับ 100 เซ็นต์ (cents) โดย 1 ดอลลาร์ สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 33 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อเมริกาแล้วใช้เงินดอลลาร์ไม่หมด และไม่อยากเสียเวลาไปแลกคืนก็สามารถนำไปใช้ในประเทศต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก

More Information»
ทัวร์จางเจียเจี้ย

ทัวร์จางเจียเจี้ย

ทัวร์จางเจียเจี้ย

เมษายน 42014

จางเจียเจี้ย เป็นเมืองที่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน จุดมุ่งหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จางเจียเจี้ย คือ อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีน ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเมื่อปี คศ.1992 อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 9,500 ตารางกิโลเมตร ทำให้การมาทัวร์จางเจียเจี้ยต้องใช้เวลาหลายวัน กว่าที่จะชมไฮไลท์ของที่นี่ได้ครบถ้วน โดยภายในอุทยานก็จะเต็มไปด้วยแท่งภูเขาหินทรายกว่า 3,000 ยอด สะพานหินตามธรรมชาติ น้ำตก ถ้าใหญ่น้อยกว่า 40 แห่ง นอกจากภูเขา สายน้ำและพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์แล้ว ยังมีถ้ำจำนวนมากภายในอุทยาน โดยแต่ละถ้ำก็มีขนาด และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากผู้มาทัวร์จางเจียเจี้ยง ได้แก่

-อู่หลิงหยวน สำรวจพบครั้งแรกในยุคปี 80 ใน สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยเสาหินทราย และยอดเขารูปร่างประหลาด ซึ่งหาได้ยากมากในธรรมชาติ ผู้ที่มาทัวร์จางเจียเจี้ยจะได้พบกับยอดเขาสูงเสียดฟ้ากว่า 3,000 ยอด ซึ่งมีทั้งที่เป็นผาสูงชัน ยอดเขาสูง บางยอดราบเรียบ ตั้งตระหง่านสลับซับซ้อน แผ่กระจายดั่งท้องทุ่งเสาหินกว้างไกลสุดสายตา ภายในบริเวณกว่า 360 ตารางกิโลเมตร

-ลำธารจินเปียนซี (ลำธารแส้ทอง) เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความสนใจจากผู้มาทัวร์จางเจียเจี้ย โดยลำธารแห่งนี้มีความยาวทั้งหมด 8 กิโลเมตร ซึ่งไหลไหลวนไปตามชะง่อนผาสูงชัน และช่องเขาที่มีรูปลักษณ์ตระการตากว่า 400 ลูก เมื่อลองเดินท่องไปตามริมลำธาร ท่านจะสัมผัสได้ถึงที่อากาศเย็นสบาย และรู้สึกสดชื่นกระปี้กระเปร่าในทันที
-ภูเขาเทียนจื่อซาน หรือภูเขาเจ้าฟ้า โดยนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จางเจียเจี้ยจะสามารถขึ้นชมวิวบนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,250 เมตร เขาเทียนจื่อซานเต็มไปด้วยชะง่อนผาสูงชัน มีลำห้วยลึก และมีป่าหินยักษ์รูปร่างต่างๆ เช่น เขาพู่กัน เขาจักรพรรดิ เขาสวนสวรรค์ เขานางฟ้าโปรยดอกไม้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องด้วยกัน

-สวนนายพลเฮ่อหลง สวนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายพลเฮ่อหลง แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อ ปี ค.ศ. 1986

-ภูเขาหวงซือจ้าย (ภูเขาสิงโตเหลือ) นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จางเจียเจี้ยสามารถที่จะขึ้นกระเช้าลอยฟ้า สู่ยอดเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร ได้ทันที อีกทั้งวิวทิวทัศน์ของภูเขาหวงซือจ้ายก็มีสวยงามมาก โดยประกอบไปด้วยภูเขาที่มีรูปทรงแปลกตามากมาย ยังไม่หมดเพียงเข้านั่นท่านยังจะได้ตื่นเต้นกับลิฟท์แก้วไป่หลงที่มีความสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกในขาลงอีกด้วย

-ภูเขาเทียนเหมินซาน หรือประตูสวรรค์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานจางเจียเจี้ย การไปเที่ยวประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน ต้องนั่งกระเช้ากอนโดล่า ที่มีความยาว 7.5 กิโลเมตร ชมความงามของภูผานับร้อยนับพันยอด และนำท่านขึ้นสู่ประตูสวรรค์ ด้วยการเดินขึ้นบันได 999 ชั้นถึงช่องเขาประตูสวรรค์ โดยประตูสวรรค์แห่งนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผู้มาทัวร์จางเจียเจี้ยต่างก็ต้องการที่จะมาชมความงดงามที่ไม่สามารถหาได้จากที่แห่งใดในโลกแห่งนี้

-ถ้ำหลงหวังต้ง (ถ้ำพญามังกร) คือถ้ำที่สวยงามที่สุดในอุทยานจางเจียเจี้ย มีความสูง 50 เมตร กว้าง 80 เมตร และยาวถึง 30 กิโลเมตร แต่เปิดให้ชมแค่ประมาณ 4.5 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีการติดไฟแสงสี เพื่อดึงความสวยงามของเหล่าหินงอกหินย้อย ที่มีรูปร่างแปลกๆ งดงามตระการตา รวมทั้งรูปปั้นพญามังกรที่อยู่ในถ้ำด้วย ทำให้ถ้ำแห่งนี้ กลายเป็นถ้ำยอดนิยม ที่ผู้ไปทัวร์จางเจียเจี้ยต่างมาเยี่ยมชมมากที่สุด

-ทะเลสาบเป่าฟ่งหู ทะเลสาบที่อยู่บนยอดเขา เป็นทะเลสาบที่เกิดจากการสร้างเขื่อน ซึ่งมีความสวยงามไปด้วยวิวทิวทัศน์ของยอดเขารูปทรงต่างๆ

-ภาพเขียนสิบลี้ คือแนวทิวเขาที่ประกอบด้วยยอดเขารูปร่างแปลกพิสดารเรียงรายกัน โดยมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านตามแนวทิวเขาเป็นภาพที่สวยงามราวกับภาพเขียน อีกทั้งยังมีทิวเขาที่ดูเหมือนรูปร่างต่างๆ แล้วแต่เราจะจิตนาการอีกด้วย

More Information»
ทัวร์ซีอาน

ทัวร์ซีอาน

ทัวร์ซีอาน

เมษายน 42014

ซีอาน มีความหมายว่า “ความสงบสุขทางตะวันตก” ซีอานเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงของมณฑลฉ่านซี ที่ผ่านการสะสมประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานกว่าสามพันปี จนกลายเป็นเมืองที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ซีอานเป็นจำนวนมาก ซีอานยังเป็นแหล่งชุมนุมของผู้ที่มีชื่อเสียงในอดีต นับตั้งแต่จิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมกษัตริย์ผู้ทรงรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่น พระนางบูเช็คเทียน จักรพรรดินีพระองค์แรกและพระองค์เดียวแห่งบัลลังก์มังกร จอมนางหยางกุ้ยฟุย หนึ่งในสี่หญิงงามเหนือแผ่นดินใหญ่ และพระถังซำจั๋งที่คนไทยคุ้นเคย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งชุมชนที่มีชาวต่างชาติพักพิงอาศัยทำมาค้าขายบนเส้นทาง แพรไหมมาตั้งแต่สมัยฮวงตี้ ฮ่องเต้ จนมาถึงยุคเฟื่องฟูที่สุดอีกครั้งหนึ่งในสมัยราชวงศ์ถัง หากนักท่องเที่ยวคนใดได้มาทัวร์ซีอานแล้ว ขอรับรองได้ว่าคุ้มเกินคุ้มแน่นอนครับ

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่มาทัวร์ซีอาน มีดังต่อไปนี้

-กำแพงเมืองโบราณ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง โดย ฉู หยวน ฉาง ฮ่องเต้องค์แรกแห่งราชวงศ์หมิง เพื่อจุดประสงค์ในการกักตุนอาหาร และเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับกองทัพ โดยกำแพงเมืองแห่งนี้ เป็นกำแพงเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดในจีน และยังเป็นระบบป้องกันกองทัพโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 12 เมตร กว้างกว่า 12-14 เมตร แล้วหนาถึง 15-18 เมตร วัดโดยรอบได้ 13.7 กิโลเมตร ที่ตัวกำแพงจะมีป้อมปราการยื่นออกมาทุกๆ 120 เมตร รวมทั้งสิ้น 98 ป้อม แต่ละป้อมจะมีทหารยามประจำอยู่ ด้านข้างของแต่ป้อมจะมีช่องยิงธนู เพื่อป้องกันข้าศึกปีนขึ้นกำแพง ด้านนอกกำแพงมีช่องสำหรับพุ่งอาวุธไปยังข้าศึกที่เข้าใกล้กำแพง ถึง 5948 จุดด้วยกัน นับเป็นสิ่งก่อสร้างทางทหารที่ยิ่งใหญ่จนได้รับความสนใจจากผู้มาทัวร์ซีอานเป็นจำนวนมาก

 -สุสานทหารม้าดินเผา ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี คศ.1987 อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของนครซีอานอีกด้วย เนื่องจากสุสานทหารม้าดินเผาแห่งนี้ เป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดี ในศตวรรษที่ 20 ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 11 ปี ตั้งแต่ 246 ปี ก่อน คริสตศักราช ต่อมาในปี คศ. 1975 ทางการมีการปรับปรุงจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกินเนื้อถึง 16,300 ตร.กม. โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ หลุมที่ 1 หลุมที่ 2 และ หลุม ที่ 3 ตามลำดับ ซึ่งหลุมแรกจะเป็นหลุมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ภายในมีกองทัพทหารเรียงเป็นแถว อยู่ด้านหน้า และมีรถม้าศึกอยู่ด้านหลัง เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในวันชาติจีน ปี คศ.1979 หลุมที่ 2 ถูกค้นพบในปี คศ.1976 อยู่ห่างหลุมที่ 1 ประมาณ 20 เมตร ประกอบด้วยกองทหารนับพัน และม้าศึกไม้ 90 รูป หลุมนี้ได้เปิดแสดงแก่สาธารณะในปี คศ. 1994 ถัดมาอีก 25 เมตร จะพบหลุมที่ 3 ซึ่งค้นพบในปี คศ.1976 เช่นกันกับหลุมที่ 2  ภายในมีกองทัพนักรบกว่า 68 รูป และม้าศึกอีก 4 รูป ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น สุสานแห่งนี้ยังถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ซีอานอีกด้วย

-เจดีย์ห่านป่า หรือเจดีย์ต้าเอี้ยนถ่า ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเมืองซีอาน บนถนนเอี้ยนถ่าลู่ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 652 เป็นศาสนสถานโบราณที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในแผ่นดินจีน หลังจากที่พระถังซำจั๋งเดินทางไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมา ท่านก็ได้พำนักที่วัดต้าเฉียน และเป็นเจ้าอาวาสของวัดนี้ จากนั้นได้มีการสร้างเจดีย์นี้ ไว้ภายในอาณาเขตวัด เพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม โดยองค์เจดีย์มีรูปแบบเรียบง่าย ในศิลปะจีนผสมอินเดีย เดิมนั้นสร้างเพียง 5 ชั้น แต่ประสบภัยแผ่นดินไหวมาหลายครั้งจึงได้มีการบูรณะเรื่อยมาและมีการบูรณะ ใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง ปัจจุบันกลายเป็นเจดีย์ที่เด่นสง่า ประกอบด้วยชั้นทั้งหมด 7 ชั้น และมีความสูงถึง 64.1 เมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสถึงกลิ่นอายของพระพุทธศาสนาในอดีต หากได้มาทัวร์ซีอานแล้ว ก็น่าจะมาเยือนเจดีย์โบราณแห่งนี้ด้วย

 

More Information»
ทัวร์กุ้ยหลิน
เมษายน 32014

กุ้ยหลิน ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศจีน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเขตปกครองตนเอง “กว่างซี” ได้รับการยกย่องมาตั้งแต่อดีตว่าเป็น “สวรรค์บนพื้นพิภพ” เพราะเป็นดินแดนแห่งขุนเขา และสายน้ำอันงดงาม มีเส้นเลือดหลักเป็นแม่น้ำหลีเจียงที่มีความใสสะอาดไหลผ่าน อีกทั้งยังมีภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตากว่า 27,000 ยอด ซึ่งเมื่อมองดูรวมๆ กันแล้ว จะพบว่ามีความสวยงามอย่างน่าประหลาด จนมีคำกล่าวว่าจิตรกรใดที่ยังไม่เคยมาเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดรูปขุนเขาให้สวยงามได้เลย ด้วยเหตุนี้เองทำให้มีนักท่องเที่ยวมาทัวร์กุ้ยหลิน จนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของมณฑล

สถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กุ้ยหลินมีดังต่อไปนี้
-เขาเหยาซาน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกุ้ยหลิน ห่างจากตัวเมืองกุ้ยหลิน 10 กิโลเมตร หากนั่งรถจากใจกลางเมืองไปภูเขาเหยาซานจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กุ้ยหลินต่างก็ต้องขึ้นเขาเหยาซานเกือบทุกคน เพื่อที่จะได้ชมเมืองกุ้ยหลินจากมุมสูง ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวจะได้พบกับขุนเขานับร้อยลูก ที่มีรูปร่างแปลกตาสวยงาม ซึ่งรวมกันเป็นหนึ่งเดียวจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้

-แม่น้ำหลีเจียง มีทิวทัศน์ที่งดงาม จนถูกเรียกว่า “ไข่มุกเพริศพริ้วของแผ่นดินจีน” อีกทั้งยังถือเป็นแหล่งที่มีภูดอยหินปูนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งความงามของทิวทัศน์เมืองกุ้ยหลิน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกมาเป็นเวลาช้านาน นอกจากนี้แม่น้ำหลีเจียงยังมีสุดยอดความงามทั้ง 4 คือ เขาเขียว น้ำใส ถ้ำแปลก หินสวย ทัศนียภาพของแม่น้ำหลีเจียงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทุกฤดูกาล ยามท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอดโปร่ง บรรยากาศที่ปรากฎแก่สายตาสดใสไปทั่วทั้งปฐพี ยอดเขาสูงชะลูดลานตา ในยามหน้าฝน สายพิรุณปกคลุม ทิวทัศน์ลาง เลือน ในคืนพระจันทร์เต็มดวง เห็นกลุ่มยอดเขาได้แจ่มชัดถนัดตา ผิวน้ำเรียบดั่งแพรยาวสีขาวผ่องเหมือนกับ เข้าสู่กลางเวหาอันอ้างว้างสุดลูกหูลูกตา ทำให้ตลอดทั้งปีมีผู้มาทัวร์กุ้ยหลินเพื่อที่จะมาชมความงามของแม่น้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

-หยางซั่ว อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองกุ้ยหลิน จนมีคำกล่าวว่า “ หากกุ้ยหลินเป็นเมืองที่สวยที่สุดในจีน หยางซั่วก็เป็นที่ที่สวยที่สุดในกุ้ยหลิน ” การเดินทางไปเมืองหยางซั่วสามารถไปได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการล่องแม่น้ำหลีเจียง หรือโดยสารรถยนต์ บริเวณรอบๆ เมืองหยางซั่ว มีสถานที่น่าเที่ยวชมหลายแห่ง นับเป็นสวรรค์บนดินที่มีชื่อเสียง จนนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กุ้ยหลินแล้ว ต้องแวะมาเมืองหยางซั่วแห่งนี้ด้วย

-นาขั้นบันไดหลงเซิ่ง หรือนาขั้นบันไดสันหลังมังกร ตั้งอยู่ที่เมืองหลงเซิ่ง เมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แร่ธาตุ เป็นเมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนเผ่าชาวเย้า นาขั้นบันไดเหล่านี้เกิดจากการเตรียมหน้าดินเพื่อทำการเพาะปลูก จนกลายเป็นขั้นบันไดที่มีลักษณะเหมือนกับมังกรเลื้อยรอบเนินเขาแบบนี้ โดยปรากฎขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน จากฝีมือของชาวเขาท้องถิ่นที่ได้ปลูกข้าวบนภูเขา โดยตั้งแต่หุบห้วยจนถึงยอดเขา มีความกว้างประมาณ 5 – 6 ลี้ สำหรับผู้ที่มาทัวร์กุ้ยหลินแล้วต้องการชมทิวทัศน์ของนาขั้นบันไดสันหลังมังกรให้ครบ ก็จำเป็นที่จะต้องมาเยือนถึง 4 ครั้ง เพราะจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไปตามฤดูทั้ง 4 ของประเทศจีนนั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้นนาขั้นบันไดแห่งนี้ยังถือเป็นนาขั้นบันไดที่สวยติดอันดับต้นๆของโลกอีกด้วย

More Information»
ทัวร์ฮาร์บิน

ทัวร์ฮาร์บิน

ทัวร์ฮาร์บิน

เมษายน 32014

ฮาร์บิน คือเมืองหลวงที่เป็นจุดศูนย์กลางของเศรษฐกิจ การเมือง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนาธรรมและการคมนาคมของมณฑลเฮยหลงเจีย ตั้งอยู่ทางสุดประเทศจีนทางตะวันออกเฉียงเหนือ ฮาร์บินถือเป็นอีกเมืองที่มีความสวยงาม ซึ่งรวมเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น ชนเผ่ากลุ่มน้อยในภาคเหนือของจีน รัสเซีย และยุโรปตะวันออก เป็นต้น ทำให้เมืองฮาร์บินเป็นเมืองชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม อีกทั้งยังได้รับฉายาหลายอย่างด้วยกัน เช่น เมืองน้ำแข็ง เมืองแม่น้ำ โมสโกว์ตะวันออก ปารีสน้อยในโลกตะวันออก เป็นต้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายต่างต้องการมาทัวร์ฮาร์บิน เพื่อพิสูจน์ว่าเมืองแห่งนี้งดงามตามฉายาที่ได้รับหรือไม่

ฮาร์บินเป็นเมืองอีกแห่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็ง เนื่องจากอยู่ในจุดที่ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวในฤดูหนาวจากไซบีเรียโดยตรง ทำให้ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 21.2 °C และในฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงไปถึง -16.8 °C และบางครั้งอาจลดลงถึง -38.1 °C เลยทีเดียว สำหรับเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองแห่งนี้ ซึ่งผู้ที่เดินทางมาทัวร์ฮาร์บิน ก็ต่างต้องการที่จะไปชมคือ เทศกาลงานแกะสลักหิมะและน้ำแข็งนานาชาติ หรือ Harbin Ice Festival ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ระยะเวลาการจัดงานคือ 1 เดือน ในแต่ละปีนั้น จะมีนักแกะสลักน้ำแข็งจากหลายประเทศทั่วโลก มาแสดงฝีมือในการแกะสลักน้ำแข็ง ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติ และตกแต่งด้วยแสงไฟ ทำให้ในยามค่ำคืนของสถานที่จัดงามเทศกาล จะเต็มไปด้วยแสงสีที่มีความสวยงามจนยากที่จะละสายตาได้ งานเทศกาลน้ำแข็งนี้ ยังติดอันดับ 1-35 ของจีน แต่สำหรับต่างประเทศแล้วเทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บินถือเป็นงานใหญ่อันดับ 4 เทียบกับเทศกาลน้ำแข็งที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น เทศกาลคาร์นิวาล ฤดูหนาว ที่ควิเบค ประเทศแคนาดา และเทศกาลสกีที่ประเทศนอร์เวย์ จึงไม่น่าแปลกใจอะไร หากจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาทัวร์ฮาร์บินเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

นอกจากเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งนานาชาติแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ฮาร์บินยังสามารถไปเยื่อนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้ดังต่อไปนี้ คือ เกาะแสงอาทิตย์ สวนเลี้ยงเสือ ริมแม่น้ำซงฮวาเจียง เขาเอ้อหลงซาน ฟาร์มล่าสัตว์อวี้ฉวน และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสกีที่มาทัวร์ฮาร์บิน ก็มีสนามเล่นสกีหลายที่ไว้รองรับทุกท่าน เช่น สนามเล่นสกียาปูลี่ สนามเล่นสกีเอ้อหลงซาน เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีสวนแกะสลักน้ำแข็ง และการแสดงว่ายน้ำในฤดูหนาวที่แม่น้ำซงฮวาเจียงอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมืองแห่งนี้ สามารถมอบความสุขให้กับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ที่มาทัวร์ฮาร์บินได้อย่างเท่าเทียมกัน

More Information»
ทัวร์คุนหมิง

ทัวร์คุนหมิง

ทัวร์คุนหมิง

เมษายน 32014

คุณหมิง เป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมณฑลยูนนาน ด้วยประวัติศาสตร์ กว่า 2400 ปี อีกทั้งยังเป็นประตูสู่เส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสู่ ทิเบต เสฉวน พม่า และอินเดียในอดีต ทำให้คุนหมิงกลายเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมหลักด้านการท่องเที่ยว คุนหมิงยังเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม รวมไปถึงการคมนาคม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของมณฑลยูนนานอีกด้วย ดังนั้นเรื่องการจัดระเบียบต่างๆ รวมทั้งสภาพแวดล้อมภายในเมืองจึงทำได้ดี มีสถานที่สำหรับเดินเล่นพักผ่อนหย่อมใจมากมายหลายแห่ง ทั้งภายในตัวเมือง และรอบๆ ตัวเมือง เพื่อรองรับผู้ที่มาทัวรคุนหมิงนั่นเอง ด้านสภาพอากาศของเมืองคุนหมิงก็มีอากาศที่ไม่หนาวจนเกินไป หรือร้อนจนเกินไป ซึ่งเป็นเช่นนี้ตลอดทั้งปี จนได้รับการขนานนามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ” อีกเหตุผลที่ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นที่นิยม จนมีผู้มาทัวร์คุนหมิงเป็นจำนวนมาก คือค่าครองชีพที่นับว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้

ด้านสถานที่ท่องเที่ยวคุนหมิงก็ไม่น้อยหน้าที่อื่นแต่อย่างใด ซึ่งการันตีได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละปีที่มาทัวร์คุนหมิงนั่นเอง โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่จะแนะนำ ได้แก่

-วัดหยวนทง เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 1,200 ปี ให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์คุนหมิงแล้วมาเยือนที่วัดแห่งนี้ จะได้รับชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ รวมไปถึงโบสถ์ที่มีความสวยงาม สระน้ำใสสะอาด รวมไปถึงพระพุทธรูปจำลอง ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศไทยอีกด้วย นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบๆ ภูเขา และเมืองคุนหมิงได้จากวัดแห่งนี้

-อุทยานป่าหิน ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ห่างจากเมืองคุนหมิง ได้ประมาณ 90 กิโลเมตร ภายในพื้นของอุทยานกว่า 350 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยภูเขาสูงๆ ต่ำๆ ทอดตัวยาวเหยียดออกไป ซึ่งมีทั้งยอดหิน และเสาหินใหญ่น้อยตั้งเรียงรายกระจัดกระจายอยู่ตามเนินเขา ซึ่งแสดงถึงความสวยงามแบบจีนออกมาได้อย่างชัดเจน ป่าหินแห่งนี้จัดเป็นป่าหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่เฉพาะส่วนที่เปิดให้เยี่ยมชมราว 12 ตารางกิโลเมตร มีทางแยกมากกว่า 400 สาย มีจุดท่องเที่ยวกว่า 200 จุด จนได้สมญานามว่า วังวนใต้ทะเล เนื่องจากหินลักษณะสวยงามแปลกตาเหล่านี้ เป็นหินปูนที่แต่เดิมอยู่ใต้ผิวน้ำ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ทำให้หินเหล่านี้จึงถูกดันมาเหนือผิวน้ำ กลายเป็นภูมิทัศน์ที่งดงามโดดเด่นป่าหินแห่งนี้

-ประตูมังกร เขาซีซาน ห่างจากตัวเมืองคุนหมิงราว 29 กิโลเมตร โดยประตูแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมหน้าผา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดลัทธิเต๋า สร้างในช่วง ค.ศ.1718-1843 การจะไปชมประตูมังกรนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องลอดอุโมงค์หินที่สกัดไว้ตามไหล่เขา เมื่อมาถึงแล้วท่านจะพบวัดจีนลัทธิเต๋า ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 1,000 ปี เชื่อกันว่าหากได้มาลอดประตูมังกรแห่งนี้ จะทำให้ผู้ที่ได้ลอดประสบแต่ความสำเร็จโชคดี และจะทำให้ฐานะจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ทำให้ผู้ที่มาทัวร์คุนหมิงต่างก็ต้องการที่จะมาลอดประตูแห่งนี้

-วัดทอง เป็นวัดทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาหมิงเฟิง วัดทองแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง และรัชสมัยฮ่องเต้ว่านหลี่ ในปี คศ.1602 โดยสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการบูชาเทพเจ้า จื่อซื่อ ตามตำนานว่า จื่อซื่อมีตำหนักทองอยู่ทางปลายสุดทางด้านเหนือของจักรวาล แต่ตำหนักทองหลังนี้ตั้งอยู่ได้เพียง 35 ก็ได้ถูกย้ายไปตั้งที่เขาฉือซู่ เขาทางด้านตะวันตกของมณฑลยูนนาน 3 ทศวรรษ ต่อมาในปี คศ.1671 ช่วงราชวงศ์ชิง ข้าหลวงชื่อ หู ซานกุ้ย ก็ได้สร้างวัดนี้ใหม่อีกครั้งในรูปแบบเดิม โดยครั้งนี้อยู่ได้นานถึง 200 ปี จนกระทั่งเกิดกบฏในปี คศ.1857  ซึ่งเป็นเหตุให้วัดทองนี้ได้รับความเสียหาย ต่อมาในปี คศ.1890 จักรพรรดิกวางซู่ได้สั่งให้ซ่อมแซม โดยใช้ก้อนทองสำริดถึง 250 ตันในการบูรณะวัดทั้งหลัง ยกเว้นในส่วนของขั้นบันได และราวระเบียง ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อน กำแพง เสา คาน หลังคา กระเบื้อง แท่นบูชา พระพุทธรูป กำแพงรอบๆ ภายในวัดตกแต่งด้วยทองแดงดูแวววาวดั่งทอง คนจึงเรียกว่า วัดทองนั่นเอง ซึ่งความสวยงามอลังการเช่นนี้เอง ที่ทำให้มีนักเที่ยวที่มาทัวร์คุนหมิงต้องการที่จะเดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก

-ทะเลสาบเตียนฉือ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมณฑลยูนนาน และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของจีน มีพื้นที่กว้างถึง 300 ตร.กม. ซึ่งมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ด้วยความสวยงามของทัศนียภาพนี่เองที่ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ได้ชื่อว่า “ที่ราบไข่มุก” ในจุดที่กว้างที่สุดของทะเลสาบจะมีเนินเขาล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ประกอบด้วยทัศนียภาพภูมิประเทศที่สวยงาม ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์คุนหมิงจะรู้สึกเบิกบานใจ และหากได้ล่องเรือ รอบๆทะเลสาบท่านจะได้สัมผัสได้ถึงธรรมชาติที่งดงามของทะเลสาบแห่งนี้ จนไม่อยากที่จะจากไปไหน

More Information»
ทัวร์ปักกิ่ง

ทัวร์ปักกิ่ง

ทัวร์ปักกิ่ง

เมษายน 22014

ปักกิ่ง หรือ เป่ย์จิง เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันปักกิ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษแบบมหานคร 1 ใน 4 แห่งของจีน ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับมณฑล เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่งคือเป็น 1 ใน 4 ของเมืองหลวงเก่าของจีน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง การศึกษา การขนส่ง และวัฒนธรรมจีน ในขณะที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้และฮ่องกง ปักกิ่งเป็นเมืองที่พัฒนาด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ จนมีการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ปัจจุบันปักกิ่งมีถนนที่สลับกัน ตึกสูงๆ โดยไม่เพียงแต่รักษาสภาพเมืองโบราณ และยังแสดงถึงสภาพเมืองที่ทันสมัย และกลายเป็นเมืองใหญ่ของโลกในที่สุด ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาทัวร์ปักกิ่งอย่างมากมาย

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ปักกิ่ง มีดังต่อไปนี้

-กำแพงเมืองจีน คือสถานที่ที่ผู้มาทัวร์ปักกิ่งจะต้องมาเยือน โดยกำแพงแห่งนี้มีอายุประมาณ 2,500 ปี ในช่วงแรกนั้นสร้างโดยเจ้าเมืองก๊กต่างๆ ในประเทศจีน เพื่อปกป้องอาณาจักรของตน แต่เมื่อปี พ.ศ. 322 จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ทำการรวบรวมเมืองจีนให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ จึงทำการเชื่อมต่อกำแพงที่ก๊กต่างๆ เคยสร้างเข้าไว้ด้วยกัน และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกโดยจักรพรรดิองค์ต่อๆ มา ซึ่งใช้เวลานับพันปีจนสำเร็จในที่สุด ทำให้กำแพงแห่งนี้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลกมี กำแพงเมืองจีนยังถูกเรียกว่า กำแพงหมื่นลี้ มีความยาวทั้งหมดถึง 21,196.18 กิโลเมตร และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยังเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมา สำหรับจุดประสงค์ในการสร้างกำแพงเมืองจีนขึ้นมานั้น ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัด โดยในตอนแรกนั้น สันนิษฐานว่าใช้ในการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือของมองโกเลีย แต่ภายหลังได้มีการวิเคราะห์ว่ากำแพงเมืองจีนไม่สามารถป้องกันกองทัพใดๆ ของผู้คิดจะบุกรุกจีนได้ เพียงแค่ทำลายส่วนหนึ่งของกำแพงลง ก็สามารถที่จะยกทัพผ่านมาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งก็ปรากฏอยู่เสมอในประวัติศาสตร์จีน กำแพงเมืองจีนจึงเป็นเพียงเครื่องสกัดกั้น หรือทำให้ผู้บุกรุกยุ่งยากในด่านแรกเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีผู้ให้เหตุผลที่น่าสนว่า กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลออกไปภายนอก เพื่อสร้างความลำบากให้ชนเผ่าทางตอนเหนือของมองโกเลีย ต้องลำบากในการปีนป่ายข้ามมาหาแหล่งน้ำ บางก็ว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นประดับพระเกียรติขององค์จักรรดิเพียงเท่านั้น ไม่ว่ากำแพงแห่งนี้จะถูงสร้างขึ้นด้วยสาเหตุใจก็แล้วแต่ แต่ในปัจจุบันกำแพงแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้มาปทัวร์ปักกิ่งอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย

-จัตุรัสเทียนอันเหมิน มีความสำคัญในวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศจีน เพราะว่าจัตุรัสเทียนอันเหมินคือที่ตั้งของเหตุการณ์สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์จีน จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ถือเป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร พื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตารางเมตร สามารถจุประชากรได้ถึง 1,000,000 คน ทำให้กลายเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในประกอบด้วย

หอเทียนอันเหมิน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1417 สมัยราชวงศ์หมิง เพื่อใช้เป็นพิธีกรรมสำคัญ เช่น พิธีประกาศแต่งตั้งสามัญชนเป็นจักรพรรดิ หรือ จักรพรรดินี บริเวณด้านหน้า พระราชวังต้องห้าม (กู้กง) ในปี ค.ศ.1911 ในช่วงยุคสุดท้ายของระบบศักดินา สถานที่แห่งนี้กลายเป็นเขตต้องห้ามมิให้คนทั่วไปเข้าไปได้ยกเว้นราชวงศ์และ ขุนนางเท่านั้น

อนุสรณ์วีรบุรุษ มีลักษณะเป็นแท่งหินสูงตระหง่านตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี  ค.ศ.1952 เป็นอนุสรณ์สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์ชาติจีน ที่แท่งหินมีข้อความสลักไว้ว่า “วีรบุรุษของประชาชน เป็นอมตะ” ซึ่งเป็นข้อความที่ท่านประธานเหมาได้จารึกไว้ที่อนุสรณ์

ศาลาประชาคม ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจัตุรัสเทียนอันเหมิน สร้างขึ้นในปี คศ. 1959 เพื่อใช้เป็นที่ประชุมระดับชาติ ทั้งทางด้านการเมืองและการทูต ภายในมีห้องประชุมขนาดใหญ่อยู่ 2 ห้องหลักๆ ซึ่งสามารถรับผู้เข้าประชุมได้ถึง 15,000 ที่นั่ง

หอรำลึกประธานเหมา ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของจัตุรัส โดยสร้างขึ้นทันทีหลังการอสัญกรรมของท่านประธานเหมาเมื่อปี 2519 ภายในเป็นที่ตั้งของโลงแก้วคริสตัลบรรจุร่างของท่านประธานเหมา โดยรอบๆของหอรำลึกถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสวยสดงดงามเพื่อให้แลดูสดชื่น และประดับตกแต่งตัวสิ่งของที่มีชื่อเสียงในเรื่องนั้นๆ จากทั่วแผ่นดินจีน โดยเปิดให้เข้าชมในวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ระหว่างเวลาแปดโมงเช้าถึงเที่ยง ปิดวันจันทร์ และไม่มีการเก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน อยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัส ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาประชาคม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นการจัดแสดงผนวกระหว่างประวัติศาสตร์จีนกับการปฏิวัติ ในปี คศ. 2003 ภายในพิพิธภัณฑ์ปฏิวัติจัดแสดง ภาพ, หนังสือ และแบบจำลองของจีนยุคใหม่ ส่วนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีน จัดแสดงภาพของโบราณต่างๆ และความรุ่งเรืองของจีน ในอดีตจนถึงปี คศ.1921 ซึ่งเป็นปีที่ราชวงศ์สุดท้ายสละบัลลังก์

-พระราชวังต้องห้าม หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้มาทัวร์ปักกิ่งเป็นจำนวนมาก โดยพระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่ง ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ เคยถูกใช้เป็นพระราชวังหลวงมาตั้งแต่สมัยกลางราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง พระราชวังต้องห้ามยังรู้จักกันในนาม พิพิธภัณฑ์พระราชวัง ครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร อาคาร 800 หลัง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์ ใช้ระยะก่อสร้างประมาณ 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1949 จนถึง พ.ศ. 1963 นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ปักกิ่งสามารถเข้าสู่พระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ได้โดยเดินผ่านประตูเทียนอันเหมินทางทิศเหนือ โดยในอดีตพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิ โดยมีนางสนม ขันที และข้าหลวงคอยรับใช้ ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องอาศัยอยู่ภายในพระราชวังตลอดชีวิต เพื่อความสำราญของจักรพรรดิ โดยภายในวังจะมีพ่อครัว 6,000 คน ไว้คอยประกอบพระกระยาหาร มีนางสนม 9,000 นาง ขันทีอีกกว่า 70,000 คน แม้ว่าประเทศจีนจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว แต่พระราชวังต้องห้ามก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน และภาพประตูเทียนอันเหมินก็ยังปรากฏอยู่ในตราประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย

 

-หอฟ้าเทียนถาน หรือหอสักการะฟ้า ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกรุงปักกิ่ง สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เมื่อ พ.ศ. 1963 (ค.ศ. 1420) เพื่อใช้เป็นสถานที่บวงสรวงเทพยดา หรือขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งถือว่ามีขนาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังคงรักษาไว้ได้ในประเทศจีน ตัวหอมีเป็นรูปทรงกลมหลังคา 3 ชั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 32.5 เมตร สูง 38 เมตร หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีนํ้าเงิน ไม่มีขื่อและอกไก่ อาศัยเสาไม้ 24 ต้น เป็นโครงยึดไว้ โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 273 เฮกต้าร์ ภายในประกอบด้วยภาพวาดสี ที่มีความประณีตงดงาม บนเพดานวาดเป็นรูปมังกรและหงส์ อีกทั้งยังมีตําหนักฉีเหนียนเตี้ยน ตําหนักหวงฉงอี่ และลานหยวนชิวอยู่ภายในหอฟ้าเทียนถานอีกด้วย ด้วยความมหัศจรรย์นี่เองที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ปักกิ่ง ก็ต้องมาเยือนหอฟ้าเทียนถานนี้เกือบทุกคนไป

More Information»
ทัวร์เดนมาร์ก

ทัวร์เดนมาร์ก

ทัวร์เดนมาร์ก

เมษายน 12014

ประเทศเดนมาร์ก มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรเดนมาร์ก เป็นหนึ่งในประเทศของกลุ่มนอร์ดิก ตั้งอยู่ในคาบสมุทรจัตแลนด์ มีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนีทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านเพียงประเทศเดียว เดนมาร์กมีดินแดนนอกชายฝั่งห่างไกลออกไปสองแห่ง คือหมู่เกาะแฟโรและกรีนแลนด์ ซึ่งแต่ละแห่งมีอำนาจปกครองตนเอง เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีพื้นฐานมาจากเกษตรกรรม ทำให้ในปัจจุบันหากไปทัวร์เดนมาร์ก ท่านจะเห็นทั้งพื้นที่เพาะปลูก และบริเวณที่มีการเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะฟาร์มโคนมที่เรารู้จักกันดี นอกจากนี้ยังโด่งดังในเรื่องตำนานของชาวไวกิ้ง ซึ่งเป็นเหล่านักรบที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนเรือ ก่อนจะอพยพมาสร้างถิ่นฐานบนภาคพื้นทวีป ผู้ที่มาทัวร์เดนมาร์กสามารถศึกษาข้อมูลของพวกเขาเหล่านี้ได้ที่ Viking Ship Museum หรือก็คือ พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง ที่ตั้งอยู่เมือง เมืองหลวงของสวีเดนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจนทำให้มีผู้มาทัวร์เดนมาร์กเป็นจำนวนมาก

สภาพออากาศ คือสิ่งที่จำเป็นต้องทราบก่อนไปทัวร์เดนมาร์ก เนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มแสกนดิเนเวีย มีอากาศหนาวตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ย -3 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -20 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีช่วงฤดูหนาวยาวนานถึง 6 เดือน การไปทัวร์เดนมาร์กจึงต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งสภาพร่างกาย และเสื้อผ้าที่ค่อนข้างหนา

อาหารเดนมาร์ก มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกอื่นๆ เนื่องจากวัฒนธรรมอาหารของเดนมาร์กส่วนมาก ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี โดยส่วนมากประกอบขึ้นจากปลา, เนื้อ ,อาหารจากนม เป็นต้น ซึ่งบางครั้งจะรวมเบียร์เข้าไปในบางมื้อ เช่น มื้อเย็น สำหรับผู้ที่ไม่เคยชิมอาหารประเภทนี้มาก่อน การได้มาทัวร์เดนมาร์กก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

ภาษาราชการ คือ ภาษาเดนมาร์ก ส่วนภาษาหลักที่ใช้ในประเทศเดนมาร์ก เรียกว่า ภาษาแดนิช (Danish) แต่คนแดนิชส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี รวมทั้งใช้ภาษาเยอรมันในแถบชายแดนที่ติดกับเยอรมนีด้วย จึงไม่เป็นปัญหากับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เดนมาร์กแต่อย่างใด

สกุลเงิน ของเดนมาร์ก คือ โครนเดนมาร์ก (DKK) โดย 1 DK สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ประมาณ 6 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ.2557) โดยเงินโครนเดนมาร์กแบ่งเป็นเหรียญย่อยๆ ได้ 1, 5, 10 โครน ส่วนธนบัตรมีตั้งแต่ 20, 50, 100, 500 ไปจนถึง 1,000 โครน

More Information»
ทัวร์สวีเดน

ทัวร์สวีเดน

ทัวร์สวีเดน

มีนาคม 312014

ประเทศสวีเดนคือหนึ่งในกลุ่มนอร์ดิก ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ทางยุโรปเหนือ  มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่ประชากรที่เบาบางกว่า ยกเว้นในเขตเมืองใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยป่าไม้ และภูเขาสูง สวีเดนคืออีกหนึ่งประเทศที่อยู่เหนือสุดของโลก ทำให้ประเทศแห่งนี้ถูกเรียกขานว่า ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งก็เป็นตามที่เรียกจริงๆ ในช่วงฤดูร้อน ปรากฎการที่แปลกประหลาดนี้เอง ที่ทำให้ในแต่ละปีมีนักเที่ยวจากทั่วโลกให้มาทัวร์สวีเดน นอกจากนี้สวีเดนยังเป็นประเทศที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชอบใช้ชีวิตแบบสงบ เรียบง่าย อีกทั้งประชากรของที่นี่ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากประเทศสวีเดนถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ปลอดภัยมากที่สุด เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยเหตุนี้เองทัวร์สวีเดนจึงเป็นอีกหนึ่งทัวร์ที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุดอีกทัวร์หนึ่ง

สวีเดนมีเมืองหลวงชื่อ สตอกโฮล์ม ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศสวีเดน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลทิศตะวันออกของประเทศเป็นเมืองศูนย์กลางในการค้าขาย แลกเปลี่ยน เป็นเมืองเก่าแก่และมีความสวยงาม ด้วยเหตุนี้เองสตอกโฮล์มจึงได้รับความนิยมจากผู้ที่มาทัวร์สวีเดนอย่างล้นหลาม

โรงแรมน้ำแข็ง คืออีกหนึ่งสถานที่ที่แสนโด่งดัง ซึ่งใครหากได้มาทัวร์สวีเดนแล้ว ล้วนแต่ต้องการอยากที่จะมาสัมผัสความแปลกนี้ โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ ยุกกัสยาร์วี เป็นโรงแรมที่สร้างมาจากน้ำแข็ง ทุกอย่างๆ อย่างในโรงแรมแห่งนี้จะทำด้วยน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นจานน้ำแข็ง แก้วน้ำแข็ง และเตียงน้ำแข็ง ซึ่งของทุกๆ ชิ้นล้วนใช้ได้จริงทุกชิ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่โรงแรมแห่งนี้ละลายในช่วงฤดูร้อน และจะต้องสร้างขึ้นใหม่ในทุกๆ ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์สวีเดนเพื่อที่จะมายังโรงแรมแห่งนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาในช่วงฤดูหนาว

สภาพอากาศ ของประเทศสวีเดนมีความหนาวเย็นมาก และจะมีช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานมาก โดยอาจจะยาวนานถึง 8 เดือน ได้ในแถบตอนเหนือสุดของสวีเดน อุณหภูมิในฤดูหนาวโดยเฉลี่ยจะต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และมีหิมะตกพอประมาณ ส่วนฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 18 องศาเซลเซียส ทางตอนเหนือในเดือน มิ.ย.-ก.ค. จะมีแสงอาทิตย์ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

ภาษาที่ใช้กันในสวีเดน คือ ภาษาสวีดิช และภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย ภาษาสวีดิชจัดอยู่ในตระกูลภาษาเยอรมัน ดังนั้น ชาวสวีเดน ชาวเดนมาร์ก และชาวนอร์เวย์สามารถสื่อสารกันได้ เนื่องจากตัวภาษามีความใกล้เคียงกันมาก

สกุลเงิน ของประเทสสวีเดน คือ โครนาสวีเดน (Swedish krona, SEK) โดย 1 SEK ประมาณ 5 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ.2557)

More Information»
ทัวร์กรีซ

ทัวร์กรีซ

ทัวร์กรีซ

มีนาคม 312014

ประเทศกรีซเป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป โดยสามารถแบ่งพื้นที่ได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแผ่นดินใหญ่ และส่วนที่เป็นหมู่เกาะ ส่วนของแผ่นดินใหญ่มีชายแดนติดกับ 4 ประเทศ ได้แก่ แอลเบเนีย, มาซิโดเนีย , บัลแกเรีย และตุรกี ซึ่งทั้งหมดอยู่ทางเหนือของกรีซ นอกจากนี้กรีซยังมีส่วนที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กรีซสามารถสัมผัสกับบรรยากาศของท้องทะเลพร้อมอารยธรรมโบราณไปได้พร้อมๆ กัน เนื่องจากกรีซเป็นนย์กลางความรุ่งเรืองของนครกรีกโบราณ ทำให้มีสิ่งก่อสร้างโบราณหลงเหลืออยู่ย่างมากมาย เช่นกับเดียวกับอารยธรรมโรมันในอิตาลี ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาทัวร์กรีซเพื่อชมความรุ่งเรืองในอดีตของประเทศแห่งนี้ อีกทั้งเกาะต่างๆ ของกรีซ ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละเกาะ ทั้งความสวยงามและเอกลักษณ์ ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์กรีซเดินทางไปตามที่ต่างๆ ได้โดยไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด

กรีซมีเมืองหลวงที่มีความสำคัญมากชื่อว่า เอเธนส์ ซึ่งตั้งชื่อตามเทพเจ้าอาธีนาเมืองแห่งนี้มีประวัติมายาวนานตั้งแต่ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันตก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตย ทั้งยังเป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2530 รวมทั้งโบราณสถานเก่าแก่สมัยกรีก โรมัน ไบแซนไทน์ และออตโตมัน ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโลก และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาทัวร์กรีซเพื่อที่จะมาชมมรดกโลกเหล่าสนี้

ภูมิอากาศ ของประเทศกรีซมีอุณหภูมิค่อนข้างอบอุ่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป ฤดูร้อนของกรีซนั้นอาจจะมีอุณหภูมิสูงพอๆ กับไทย แต่ในหน้าหนาวอุณหภูมิก็ลดต่ำจนรู้สึกหนาวได้เช่นกัน แต่จะไม่หนาวเท่าประเทศทางยุโรปเหนือ  โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละช่วง ซึ่งสามารถคาดการได้คราวดังต่อไปนี้ เม.ย.-มิ.ย. 14-22 องศาเซลเซียส  ก.ค.-ต.ค. 20-35 องศาเซลเซียส (และอาจสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส) พ.ย.-มี.ค. อุณหภูมิจะต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส และอาจติดลบทางตอนเหนือของประเทศที่มีหิมะตก ส่วนในกรุงเอเธนส์ จะอยู่ระหว่าง 5-15 องศาเซลเซียส

ประเทศกรีซมีภาษาเป็นของตัวเอง คือ ภาษากรีซ การไปทัวร์กรีซนั้นอาจจะมีปัญหาในการสื่อสารบ้าง เนื่องจากคนกรีซนั้นพูดภาษาอังกฤษได้เป็นส่วนน้อย และบางครั้งป้ายบอกทางก็ไม่ชัดเจน ทำให้การถามทางอาจจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย

สกุลเงิน เนื่องจากกรีซอยู่ในกลุ่มประเทศ EU จึงใช้สกุลเงินยูโร (EUR) ซึ่งเป็นเงินสกุลของกลุ่มประเทศยูโร แต่ถึงแม้ว่ากรีซจะใช้เงินสกุลยูโรเช่นเดียวกับประเทศใหญ่ๆอย่างเยอรมันและ ฝรั่งเศส แต่ว่าค่าครองชีพของกรีซนั้นถือว่าถูกกว่าประเทศใหญ่มาก ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันสามารถซื้อของได้มากกว่าและดีกว่า ทำให้การทัวร์กรีซนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมาก หากเทียบกับประเทศใหญ่ๆ ในกลุ่ม EU

More Information»
ทัวร์ฝรั่งเศส

ทัวร์ฝรั่งเศส

ทัวร์ฝรั่งเศส

มีนาคม 312014

ประเทศฝรั่งเศส หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก มีพรมแดนติดกับ ประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดอร์ราและสเปน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เกาะอีกมากมายซึ่งกระจายอยู่ในทวีปต่างๆประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ทอดตัว ตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือ และจากแม่น้ำไรน์จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก มีเมืองหลวงที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่มาทัวร์ฝรั่งเศส คือ ปารีส ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นดินใหญ่ว่า หกเหลี่ยม เนื่องจากลักษณะของประเทศเมื่อมองจากมุมสูงนั้นเอง ฝรั่งเศสยังถือเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ทั้งยังเป็นประเทศเก่าแก่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศิลปวิทยาการต่างๆ โดยผู้ที่ไปทัวร์ฝรั่งจะได้พบกับศิลปะการก่อสร้างแบบโกธิค ซึ่งแพร่หลายไปทั่วทั้งยุโรป นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงในด้านของวงการแฟชั่นระดับโลกอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เองทำให้มีนักท่องเที่ยวมาทัวร์ฝรั่งเศสมากที่สุดในโลก

ภูมิอากาศ ของประเทศฝรั่งเศสสามารถแบ่งออกเป็น  4  ฤดู แต่ละฤดูจะมีระยะเวลาประมาณ  3  เดือน โดยทั้ง 4 ฤดูของฝรั่งเศส ที่ผู้ไปทัวร์ฝรั่งเศสควรทราบมีดังนี้

-ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มวันที่  21 มีนาคม – 21   มิถุนายน ในฤดูนี้จะมีอากาศที่อบอุ่นขึ้น ต้นไม้ที่มีแต่กิ่งก้านมาตลอดเวลา 3 เดือน จะเริ่มผลิใบ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก และในเวลาไม่กี่วันหลังอากาศอบอุ่นต้นไม้จะผลิใบเขียวชอุ่ม แต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมและเดือนเมษายนอากาศจะมีสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน อาจจะมีฝนตกบ้างในบ้างช่วง โดยช่วงที่อากาศจะดีจริง ๆ  จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม

-ฤดูร้อน  เริ่มวันที่  22   มิถุนายน – 22 กันยายน เป็นฤดูที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนาน ฤดูร้อนในฝรั่งเศสจะมีอากาศร้อน นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ฝรั่งเศสจึงยินมไปชายทะเล เพื่อจะได้อาบแดด และเป็นช่วงที่จะได้รับประทานผลไม้สดๆ  เช่น  สตรอเบอรี่ โดยอุณหภูมิที่สูงสุดในฤดูร้อนในฝรั่งเศสประมาณ  30  องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนมากสำหรับประเทศหนาว

-ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มต้นวันที่  23  กันยายน - 21 ธันวาคม เป็นช่วงที่มีอากาศสดใส กลางวันสั้นมากขึ้น กลางคืนยาวขึ้น ใบไม้เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีเหลือง จนสุดท้ายก็แห้งและร่วงหล่นลงไปในที่สุด ถือเป็นช่วงที่มีความสวยงามซึ่งไม่สามารถหาชมได้ในประเทศของเรา ทำให้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีผู้มาทัวร์ฝรั่งเศสเป็นจำนวนมาก

-ฤดูหนาว เริ่มวันที่ 22 ธันวาคม – 20 มีนาคม โดยช่วงวลากลางวันจะสั้นมากขึ้น มีอากาศที่หนาวเย็น รวมไปถึงมีหิมะตก ถือเป็นฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเฝ้ารอ นั่นคือผู้ที่ชอบกีฬาฤดูหนาวและผู้ที่ต้องการมาสัมผัสหิมะ

ภาษาราชการ คือภาษาฝรั่งเศส โดยชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร และชาวฝรั่งเศสส่วนมากจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งอาจทำให้การติดต่อสื่อสารของผู้ที่มาทัวร์ฝรั่งเศสเป็นไปได้ยาก

สกุลเงิน ของฝรั่งเศสใช้เป็นยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในกลุ่มสหภาพยุโรป 18 ประเทศ โดย 1 ยูโรแบ่งออกเป็น 100 เซนต์ แต่ชื่อเรียกของเซนต์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดย 1 ยูโร สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 45 บาท (ข้อมูลเดือน มีนาคม พศ. 2557) ดังนั้นหากไปทัวร์ฝรั่งเศสพร้อมประเทศอื่นในโซนยุโรปก็ไม่จำเป็นที่จะแลกเงินหลายๆ สกุลให้ยุ่งยากแต่อย่างใด

More Information»
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

มีนาคม 292014

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ตั้งอยู่ในใจกลางทวีปยุโรปบนเทือกเขาแอลป์ โดยมีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรีย และประเทศลิกเตนสไตน์ มีเมืองหลวง คือ กรุงเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก  มีการปกครองแบบสหพันธ์ นอกจากจะมีความเป็นกลางทางการเมืองแล้ว สวิตเซอร์แลนด์นับว่ามีการร่วมมือกันระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติหลายแห่ง สวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นประเทศที่มีความสวยงาม และความเงียบสงบที่ไม่แพ้ประเทศใดใดในโลก ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้ที่ต้องการมาทัวร์สวิตเซอร์แลนด์เป็นจำนวนมาก

ภูมิอากาศ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ไปทัวร์สวิตเซอร์แลนด์จะต้องทราบ เพื่อที่จะได้จัดเตรียมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง โดยภูมิอากาศของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่ จะขึ้นอยู่กับระดับความสูงของพื้นที่ โดยมีลักษณะภูมิอากาศตั้งแต่แบบแอลป์ ไปจนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน สำหรับฤดูใบไม้ผลิ จะเป็นช่วงสภาพอากาศกำลังเย็นสบาย หากอยู่ในเมืองตัวเมืองอากาศจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส แต่ถ้าขึ้นไปบนภูเขาสูงมีหิมะปกคลุม อุณหภูมิจะติดลบ เมื่อถึงฤดูหนาว ในประเทศจะเต็มไปด้วยหิมะ และอาจมีฝนด้วยในบางครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่อุณหภูมิจะติดลบ เพราะฉะนั้นหากไปทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงนี้ก็ควรที่จะสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ ด้วยเพื่อรักษาความอบอุ่นไว้ ส่วนฤดูร้อน อากาศจะอบอุ่นและเย็นชื้น โดยอาจมีฝนตกบ้าง อุณหภูมิในช่วงฤดูนี้อาจสูงถึง 30 องศาเซลเซียสได้

อาหารสวิตเซอร์แลนด์ คือ การรวมเอาวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านมาประยุกต์ไว้ด้วยกัน ทำให้อาหารการกินของที่นี่ ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก เช่น ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี อาหารสวิตเซอร์แลนด์ แต่ที่จะพลาดไม่ได้เมื่อมาทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ก็คือ Cheese Fondue, Sausages and Roesti (มันฝรั่งซอยละเอียดทอด มีไส้กรอกเป็นเครื่องเคียง), เนยแข็งนานาชนิด และ ของหวาน เช่น ช็อกโกแลต, เพสตี้ และเค้ก เป็นต้น ท่านสามารถไปลิ้มลองขนมหวาน รสชาติกลมกล่อมได้ตามภัตตาคาร ร้านอาหารที่มีอยู่มากมายใน สวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้อาหารท้องถิ่น

สำหรับด้าน ความปลอดภัย ไม่ใช่ปัญหาของผู้ที่มาทัวร์สวิตเซอร์แลนด์แต่อย่างใด เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่สงบ ปัญหาโจรผู้ร้ายมีน้อยมาก ถึงก็ควรจะต้องมีความระมัดระวังบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณสนามบิน และสถานีรถไฟใหญ่ๆ ที่มีผู้คนพลุกพล่าน นอกจากนี้ยังไม่ควรเดินคนเดียวบนถนนเปลี่ยวถึงแม้ว่าจะอยู่ในประเทศที่มีความปลอดภัยสูงก็ตาม

สกุลเงิน ใช้เป็น ฟรังก์สวิส (Swiss Francs) โดย 1ฟรังก์ สวิส สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ 37 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ.2557)

More Information»
ทัวร์ออสเตรีย

ทัวร์ออสเตรีย

ทัวร์ออสเตรีย

มีนาคม 282014

ออสเตรียมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐออสเตรีย ตั้งอยู่ทางตอนกลางของทวีปยุโรป มีชายแดนทางตอนเหนือติดกับประเทศเยอรมัน และสาธารณรัฐเช็ก ทางตะวันตกติดกับ สวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ ทางใต้ติดกับสโลวีเนียและอิตาลี และทางตะวันออกติดกับสโลวาเกียและฮังการี โดยที่ไม่มีชายแดนด้านใดเลยที่อยู่ติดกับทะเล ผู้ที่มาทัวร์ออสเตรียจึงไม่สามารถเห็นทะเลได้จากประเทศแห่งนี้ ออสเตรียมีเมืองหลวงชื่อเวียนนา ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรีย

ผู้ที่มาทัวร์ออสเตรียจะสัมผัสถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน ย้อนไปถึงยุคอาณาจักรกรีก-โรมัน ผ่านสถาปัตยกรรม เช่น อาคารรัฐสภาของออสเตรียซึ่งถูกสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบกรีก-โรมัน รวมถึงรูปปั้นของเทพีอธีน่าซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวกรีกยกย่องนับถือเป็น อย่างมากตั้งอยู่ที่หน้าอาคารรัฐสภา แม้ว่าจะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แต่ผู้ที่มาทัวร์ออสเตรียจะพบว่าเมืองใหม่ อาคารและถนนหนทางของประเทศออสเตรียนี้ดูขาวสะอาดเหมือนเป็นของใหม่ แต่หากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าตามอาคารต่างๆ มีรายละเอียดของศิลปะอยู่ตามอาคาร ซึ่งศิลปะเหล่านี้เป็นศิลปะตั้งแต่ยุคสมัยเก่า ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงความเก่าแก่ของเมืองได้เป็นอย่างดี ออสเตรียยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความโรแมนติกมากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป โดยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดนตรี เพราะเป็นแหล่งผลิตนักดนตรีที่มีชื่อเสียงของโลก เช่น โมซาร์ท บีโทเฟ่น ถึงจะมีค่าครองชีพที่สูงแต่ก็มีนักท่องเที่ยวมาทัวร์ออสเตรียอย่างมากมาย เนื่องจากเป็นประเทศที่น่าอยู่ มีธรรมชาติสวยงาม เหมาะแก่คนที่รักความสงบและโรแมนติก

สภาพภูมิอากาศ ของออสเตรีย ตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น ภูมิอากาศแบบยุโรปตอนกลางที่ได้รับอิทธิพลจากภูมิอากาศแบบแอตแลนติก ฤดูกาลทั้ง 4 ฤดู ( ฤดูใบไม้ผลิ , ร้อน , ใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ) โดยแต่ละฤดูกาลก็มีอุณหภูมิ และลักษณะอากาศที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่มาทัวร์ออสเตรียจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาสภาพภูมิอากาศให้ดีก่อนที่จะมาเยือน เพราะฤดูหนาวอุณหภูมิอาจจะติดลบได้ถึง -10 องศา เลยทีเดียว

ศิลปหัตถกรรม ของประเทศนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้มาทัวร์ออสเตรียควรมีติดมือกลับไป เนื่องจากเป็นงานที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแต่งกายตามประเพณี เครื่องประดับ ผ้าขนสัตว์จากซาลสบูร์กและทิโรล ผ้าปักจากฟอราลแบร์ก เซรามิก เครื่องแก้ว คริสตัล ( เช่น สวารอฟสกี้/ทิโรล ) ไม้แกะสลัก อีกทั้งออสเตรียยังเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีเซอร์เพนไทน์  หินสีเขียวชนิดหนึ่งมีทั้งความสวยงาม และคุณค่า ซึ่งมักจะถูกใช้ทำเครื่องประดับและของตกแต่งภายในบ้าน

อาหาร ที่ต้องรับประทานเมื่อไปทัวร์ออสเตรีย ได้แก่ น้ำมันเมล็ดฟักทองและไวน์ชิลแชร์จากสทีเรีย , ช็อกโกแลตโมสาร์ตของแท้จากซาลสบูรก์ , ขนมเค้กซาคเคอร์ที่มีชื่อเสียงของเวียนนา , ขนมปังเซาเนอร์สโตลเลนจากบาดอิชเชิล , ไวน์ชั้นดีจากบูร์เก็นลันด์

ภาษาราชการ ของออสเตรียคือภาษาเยอรมัน ส่วนภาษาท้องถิ่นนั้นมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่คนออสเตรียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพนักงานโรงแรม และร้านอาหารต่างๆ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และบางคนยังสามารถพูดภาษาอื่นได้ เช่น ฝรั่งเศสและสเปน ทำให้การทัวร์ออสเตรียนั้นแทบจะไม่มีอุปสรรคในด้านภาษาแต่อย่างใด

สกุลเงิน ของออสเตรียใช้เป็นยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในกลุ่มสหภาพยุโรป 18 ประเทศ โดย 1 ยูโรแบ่งออกเป็น 100 เซนต์ แต่ชื่อเรียกของเซนต์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดย 1 ยูโร สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 45 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) ดังนั้นหากไปทัวร์ออสเตรียพร้อมประเทศอื่นในโซนยุโรปก็ไม่จำเป็นที่จะแลกเงินหลายๆ สกุลให้ยุ่งยากแต่อย่างใด

More Information»
ทัวร์นอร์เวย์

ทัวร์นอร์เวย์

ทัวร์นอร์เวย์

มีนาคม 272014

นอร์เวย์ มีชื่อทางการว่า ราชอาณาจักรนอร์เวย์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่อยู่ในกลุ่มนอร์ดิก ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ซึ่งอยู่ยุโรปเหนือ มีพรมแดนติดกับประเทศทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่ สวีเดน ฟินแลนด์ และรัสเซีย และมีอาณาเขตทางทะเลจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับประเทศเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีชายฝั่งยาวและเป็นที่ตั้งของฟยอร์ดที่มีชื่อเสียง พื้นที่ส่วนใหญ่ของนอร์เวย์ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ซึ่งประกอบไปด้วยฟยอร์ด ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ หุบเขา ภูเขาและหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะ สำหรับผู้ที่มาทัวร์นอร์เวย์เพื่อชมหิมะ และสัมผัสกับความหนาวขอรับรองได้ว่าท่านจะไม่ผิดหวัง นอกจากนี้หมู่เกาะที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งได้แก่ สฟาลบาร์ และยานไมเอน ต่างก็อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของนอร์เวย์และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรอีกด้วย

สภาพภูมิอากาศ ของนอร์เวย์บริเวณชายฝั่งจะมีอากาศเย็นสบาย ด้วยอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นนอร์ท แอตแลนติก ส่วนบริเวณพื้นที่ด้านในประเทศจะมีอากาศเย็นกว่า และมีปริมาณน้ำฟ้าที่มากกว่า ฤดูร้อนก็มีอากาศเย็นกว่า นอกจากนี้บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกยังมีฝนตกตลอดทั้งปีอีกด้วย ตอนนี้ก็พอรู้สภาพภูมิอากาสแบบคราวๆ กันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการไปทัวร์นอร์เวย์ เอาละครับตอนนี้เรามาเจาะลึกสภาพภูมิอากาศของนอร์เวย์กันเลยดีกว่า เนื่องจากนอร์เวย์ตั้งอยู่ใกล้เขตขั้วโลกเหนือ จึงมีอากาศหนาวเย็นนานถึง 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายน ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 0 ถึง ติดลบ 40 องศาเซลเซียส โดยอากาศในกรุงออสโลจะหนาวที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม (อาจติดลบถึง 20 องศาเซลเซียส) และมีหิมะตกตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายน ในช่วงฤดูหนาว ระยะเวลากลางวันจะสั้นกว่าเวลากลางคืน โดยในเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีแสงแดดเพียงวันละ 0-6 ชั่วโมงเท่านั้น ฤดูร้อนในนอร์เวย์มีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม โดยมีอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อนจะมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่าระยะเวลากลางคืน รู้อย่างนี้แล้วก็เลือกช่วงเวลาที่ต้องการไปทัวร์นอร์เวย์ได้เลย และอย่าลืมพกเสื้อผ้าหนาๆ ไปด้วยล่ะ

สภาพความเป็นอยู่ และความสำหรับความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่ไปทัวร์นอร์เวย์นั้น ถือได้ว่าอยู่ในขั้นที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นด้านโรงแรมที่พัก ความปลอดภัย และบรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ที่เรียงรายอยู่ภายในเมือง ซึ่งคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน รวมทั้ง supermarket ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้สามารถหาซื้อสินค้าได้เกือบอย่างที่ท่านต้องการ แต่สินค้าทุกอย่างจะมีราคาแพง โดยราคาสินค้าจะสูงกว่าในประเทศไทยอย่างน้อย 4 – 5 เท่า และถ้าเป็นผักผลไม้สดจะมีราคาสูงกว่าในเมืองไทย 10 เท่าขึ้นไป เนื่องจากมีค่าครองชีพที่สูงมากซึ่งสูงกว่าประเทศไทยประมาณ 5-6 เท่า

ภาษาราชการของประเทศนอร์เวย์ คือ ภาษานอร์เวย์ เป็นภาษาในกลุ่มเจอร์เมนิก ซึ่งมีความใกล้ชิดกับภาษาสวีเดน และเดนมาร์ก ภาษานอร์เวย์มีรูปแบบการเขียน 2 แบบ คือ ภาษาบุ๊กมอล (Bokmal) (หมายถึง “ภาษาหนังสือ”) และ ภาษานือนอสก์ (Nynorsk)

สกุลเงิน เนื่องจากนอร์เวย์ ไม่ได้ร่วมเข้ากลุ่มหสภาพยุโรป หรือกลุ่ม EU ทำให้ผู้ที่ไปทัวร์นอร์เวย์ไม่สามารถใช้เงินยูโรในการจับจ่ายซื้อได้ โดยหน่วยเงินที่ใช้กันจะเป็น โครนนอร์เวย์ (NOK) 1 โครนนอร์เวย์ จะสามารถแลกได้ 5.4 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์อิตาลี

ทัวร์อิตาลี

ทัวร์อิตาลี

มีนาคม 272014

ประเทศอิตาลี  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป และอยู่ทางตอนเหนือของแอฟริกา ลักษณะของประเทศอิตาลีมีความคล้ายคลึงกับรูปรองเท้าบูต ซึ่งยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ประเทศแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยทะเลในทุกๆ ด้านยกเว้นด้านเหนือ โดยทางตอนเหนือของอิตาลีจะเต็มไปด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทะเลสาบการ์ดา โกโม มัจโจเร และทะเลสาบอีเซโอ พื้นที่กว่าร้อยละ 75 ของประเทศมีลักษณะเป็นภูเขา และพื้นที่ราบสูง นอกจากนี้ยังมีเกาะใหญ่อยู่อีก 2 เกาะ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้มาทัวร์อิตาลี คือ เกาะซิซิลี เกาะซาร์ดิเนีย และยังมีหมู่เกาะเล็กๆ อีกจำนวนมาก ด้วยความที่ประเทศอิตาลีถูกล้อมรอบด้วยทะเล ทำให้มีชายฝั่งทะเลยาวหลายพันกิโลเมตร ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว จากทั่วโลกให้มาทัวร์อิตาลีได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นประเทศอิตาลียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วย

สภาพภูมิอากาศ ของอิตาลีเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนถ้าอิงตามที่ตั้งของประเทศ แต่ความเป็นจริงแล้วลักษณะภูมิอากาศของประเทศอิตาลีมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันไปตามส่วนต่างๆ ของประเทศ โดยแบ่งได้ดังต่อไปนี้

ตอนเหนือของอิตาลี – จะเป็นพื้นที่ระหว่างเทือกเขาAlpsและเทือกเขา Tuscan-Emilian Apenines ภูมิอากาศในภูมิภาคนี้จะค่อนข้างแปรปรวน ซึ่งในฤดูหนาวจะหนาวมาก และในฤดูร้อน จะมีอากาศร้อนชื้น และร้อนมาก

ตอนกลางของอิตาลี – จะมีภูมิอากาศที่อบอุ่น มีความแตกต่างกันเล็กน้อยของอุณหภูมิระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน

ตอนใต้ของอิตาลี และเกาะต่าง ๆ – ฤดูหนาวจะไม่หนาวมาก และในส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศคล้ายคลึงกับฤดูร้อนของ ภูมิภาคอื่น ๆ ในอิตาลี

เมื่อเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ อิตาลีจัดได้ว่าอยู่ในเขตอบอุ่น มีแสงอาทิตย์ส่องสว่าง อากาศดีแจ่มใส แต่จริงๆแล้ว ด้วยรูปทรงยาวยื่นลงไปในทะเล โดยส่วนบนติดกับเทือกเขาแอลป์ ทำให้อิตาลีมีภูมิอากาศที่หลากหลาย ทางตอนเหนืออากาศเย็น มีหิมะตกในช่วงหน้าหนาวทว่าร้อนจัดในช่วงหน้าร้อน ในขณะที่ทางใต้อากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี  ส่วนช่วงเวลาที่ควรไปทัวร์อิตาลี คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน เพราะอากาศกำลังสบาย ทางตอนเหนือไม่หนาวและทางใต้ไม่ร้อนจนเกินไป และยังเป็นช่วงที่ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้ราคาที่พัก และอาหารมีราคาถูกกว่าปกติ จึงว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปทัวร์อิตาลี

อาหารอิตาเลียน ก็เป็นอาหารอีกประเภทที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งก็เป็นอาหารที่คนไทยน่ารู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่า, มะกะโรนี, สปาเก๊ตตี้ เป็นต้น ทำให้อาหารของที่นี่ คืออีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนให้มาทัวร์อิตาลีได้อย่างมากมาย อาหารอิตาเลียนถูกพัฒนามาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามสังคม และการเมืองในแต่ละยุคแต่ละสมัย จนมาถึงปัจจุบัน โดยหลักสำคัญของอาหารอิตาเลียนนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพวัตถุดิบ การปรุงอาหาร ซึ่งวัตถุดิบหลักของอาหารอิตาเลียน มีความหลากหลายแตกต่างกันแล้วแต่การนำไปใช้ ซึ่งมีทั้งผลไม้, ผัก, ซอส, เนื้อ และอื่น ๆ ซึ่งในแถบทางเหนือของอิตาลี ปลาคอด, มันฝรั่ง, ข้าว, ข้าวโพด, ไส้กรอก, เนื้อหมู และชีส เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร

ภาษาราชการ คือ ภาษาอิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง โดยเฉพาะบริเวณแคว้น Trentino-Alto Adige ที่ติดกับออสเตรีย และภาษาฝรั่งเศสในแคว้น Valle d’Aosta นอกจากนี้ สามารถใช้ภาษาสเปนกับชาวอิตาเลียนได้ อนึ่ง ในอิตาลีมีภาษาท้องถิ่น อาทิ TUSCAN dialect

สกุลเงิน ของอิตาลีใช้เป็นยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในกลุ่มสหภาพยุโรป 18 ประเทศ โดย 1 ยูโรแบ่งออกเป็น 100 เซนต์ แต่ชื่อเรียกของเซนต์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดย 1 ยูโร สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 45 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) ดังนั้นหากไปทัวร์อิตาลีพร้อมประเทศอื่นในโซนยุโรปก็ไม่จำเป็นที่จะแลกเงินหลายๆ สกุลให้ยุ่งยากแต่อย่างใด

More Information»
ทัวร์เยอรมัน

ทัวร์เยอรมัน

ทัวร์เยอรมัน

มีนาคม 262014

ประเทศเยอรมัน มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตั้งอยู่บริเวณตรงใจกลางทวีปยุโรป เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันยาวนาน ถือเป็นจุดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ให้มาทัวร์เยอรมัน เยอรมันถือได้ว่าเป็น 1 ใน ประเทศของโลกที่มีระบบเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการศึกษาที่เข้มแข็ง สภาพภูมิประเทศมีทั้งที่เป็นแบบเทือกเขา สลับกับที่ราบสูง เนินเขา และทะเลสาบ บริเวณตอนใต้เป็นที่ราบสูง เนินเขาและทะเลสาบ ส่วนพรมแดนนั้น อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึง 9 ประเทศด้วยกัน โดยทางทิศเหนือติดทะเลเหนือ เดนมาร์ก และทะเลบอลติก ทิศตะวันออกติดโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก ทิศใต้ติดออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ทิศตะวันตกติดฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เยอรมันเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศในยุโรปตอนกลาง และยุโรปตะวันออก เยอรมันยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวแถบนี้ ทำให้ในแต่ละปีมีผู้มาทัวร์เยอรมันเป็นจำนวนมาก เมืองหลวงของประเทศเยอรมันชื่อว่า เบอร์ลิน ซึ่งเป็นเมืองที่ผู้มาทัวร์เยอรมันต้องการที่จะไปเยือนดูซักครั้ง อีกทั้งยังถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีประชากรทั้งสิ้นราว 3.4 ล้านคน

สภาพภูมิอากาศ ของประเทศเยอรมันจะมีความแตกต่างกันในแต่ละเมือง แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ผู้ที่มาทัวร์เยอรมันจำเป็นที่จะต้องศึกษาสภาพภูมิอากาศของแต่ละเมืองให้ดีก่อนเดินทาง โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวบนพื้นราบจะอยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส และในบริเวณเทือกเขาจะอยู่ที่ -6 องศาเซลเซียส หากจะแบ่งสภาพภูมิอากาศของประเยอรมันจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดูกาล เพื่อสะดวกในการเลือกช่วงไปทัวร์เยอรมันได้ ดังนี้
-ฤดูร้อน มิถุนายน – สิงหาคม  อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18-20 องศา แต่อาจสูงได้ถึง 30 องศา
-ฤดูใบไม้ร่วง กันยายน – พฤศจิกายน  อากาศเย็นลง มีฝน ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นเหลืองแดง
-ฤดูหนาว  ธันวาคม – กุมภาพันธ์  อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -5 ถึง 5 องศา มีหิมะตก และโดยเฉพาะบนเขาสูง
-ฤดูใบไม้ผลิ มีนาคม – พฤษภาคม อากาศอุ่นขึ้น ดอกไม้เริ่มบาน ต้นไม้แตกใบอ่อนและนำสีเขียว

สกุลเงิน ของเยอรมันใช้เป็นยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในกลุ่มสหภาพยุโรป 18 ประเทศ โดย 1 ยูโรแบ่งออกเป็น 100 เซนต์ แต่ชื่อเรียกของเซนต์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดย 1 ยูโร สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 45 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) ดังนั้นหากไปทัวร์เยอรมันพร้อมประเทศอื่นในโซนยุโรปก็ไม่จำเป็นที่จะแลกเงินหลายๆ สกุลให้ยุ่งยากแต่อย่างใด

ภาษาราชการ คือ ภาษาเยอรมัน ยังมีคนบางกลุ่มคงพูดภาษาท้องถิ่นอื่นต่างๆ กันไปตามเผ่าดั้งเดิมของตน

สิ่งที่ควรทราบก่อนไปทัวร์เยอรมนี

-ชาวเยอรมันรักความสะอาดและความมีระเบียบมาก การทิ้งขยะในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย และแม้จะทิ้งขยะในถังก็ต้องทิ้งให้ถูกต้อง
-โปรดรักษาความเงียบสงบตลอดการทัวร์เยอรมัน เนื่องจากเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเยอรมันให้ความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นโปรดรักษาความสงบ การส่งเสียงเอะอะโวยวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ทั้งวัน วันเสาร์ระหว่างเวลา 18.00น. จนถึง 8.00น. และระหว่าง 12.00-15.00น. วันธรรมดาระหว่าง 20.00น.-8.00น. และระหว่าง 12.00น.-15.00น.โดยหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย
-ในการซื้อสินค้าหรือกระทำการใดก็ตามห้ามแซงคิว ผู้ที่มาก่อนย่อมจะต้องได้รับบริการก่อน การแซงคิวหรือเบียดเสียดเป็นการผิดมารยาทที่ร้ายแรงมาก
-ถ้าในโปรแกรมทัวร์เยอรมันของท่านจำเป็นต้องใช้บริการของการขนส่งมวลชน โปรดระมัดระวังอย่านั่งเก้าอี้ที่มีเครื่องหมายกากบาทสีขาว เพราะที่นั่งเหล่านี้เป็นที่นั่งสำรองสำหรับผู้ที่บาดเจ็บพิการหรือผู้ชรา-เมื่อท่านพบปัญหาระหว่างการทัวร์เยอรมัน ท่านสามารถขอความช่วยเหลือจากชาวเยอรมันได้ โดยการขอร้องอย่างสุภาพ
-หากเดินทัวร์เยอรมันไม่ว่าจะที่ใดก็ตามให้เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการจราจรในเยอรมันเป็นแบบชิดขวา ทั้งนี้รวมถึงคนเดินถนนด้วย ซึ่งแตกต่างจากบ้านเรา
-ในการทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ ผู้ที่อายุมากกว่า หรือสตรีจะเป็นฝ่ายยื่นมือให้ก่อน
-ระหว่างทัวร์เยอรมันไม่ควรพูดถึงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง หรือคำว่านาซี

More Information»
ทัวร์เบลเยี่ยม

ทัวร์เบลเยี่ยม

ทัวร์เบลเยี่ยม

มีนาคม 262014

เบลเยี่ยมเป็นประเทศเล็กๆ ซึ่งรวบรวมสถาปัตยกรรมที่มีความน่าประทับใจหลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีราตรีที่ไม่เคยหลับไหล อาหารรสเยี่ยม พระราชวังและมหาวิหารตระการตา จนถูกกล่าวขานว่าเป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น จนมีไม่ดินแดนไหนในโลกเหมือนกันที่แห่งนี้ เมื่อมีโอกาสไปทัวร์เบลเยี่ยม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความเงียบสงบ ป่าเขา เทศกาลอันสนุกสนาน และชีวิตประจำวันแสนเรียบง่าย

ประเทศเบลเยี่ยมคือหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป มีเขตแดนติดกับทะเลเหนือ อยู่ระหว่างประเทศฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยมเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งส่งอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในยุโรปเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นยุคบรรพกาลเฟล็มมิช การเกิดขึ้นของลัทธิ Surrealism ไปจนถึงผลงานแนวกอธิคและอัญมณีรูปแบบอาร์ตนูโว ชาวเบลเยี่ยมมักสร้างความสุขด้วยการทานอาหารรสเลิศ ช็อคโกแลตหอมหวานที่ชวนให้หลงไหล และเบียร์ชั้นเยี่ยม นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เบลเยี่ยมสามารถเลือกที่พักได้ตามใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวไปจนถึงโรงแรมเล็กๆ ซึ่งบริหารในครอบครัว นอกจากนี้ผู้มาทัวร์เบลเยี่ยมจะพบว่าประเทศแห่งนี้มีการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงด้วย

ประเทศเบลเยี่ยมอยู่ในแถบอบอุ่นของโลก ทำให้มีสภาพภูมิอากาศ ในฤดูหนาวอากาศที่ไม่หนาวจนเกินไป และในฤดูร้อนก็มีอากาศเย็นที่สบาย แต่ในบางครั้งก็มีฝนตกชุก ชื้น และมีเมฆมาก ซึ่งก็ไม่ได้บ่อยนัก ดังนั้นสภาพอากาศของที่นี่จึงเป็นอีก 1 เหตุผลที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะไปทัวร์เบลเยี่ยม

ภาษา ที่ใช้กันในประเทศเบลเยี่ยมมีความหลากหลายค่อนข้างสูง ซึ่งส่งผลต่อระบบการปกครองที่ค่อนข้างซับซ้อน เบลเยียมจึงแบ่งออกเป็นสองภูมิภาคใหญ่ๆ ได้แก่ ฟลานเดอร์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาดัตช์ และวัลโลเนีย ซึ่งประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส บรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม เป็นเขตทวิภาษา ตั้งอยู่ในฟลานเดอร์ นอกจากนี้ยังมีชุมชนที่พูดภาษาเยอรมันในทางตะวันออกของวัลโลเนียด้วย ดังนั้นจึงควรศึกษาให้ดี ก่อนเดินทางไปทัวร์เบลเยี่ยม

สกุลเงิน ของเบลเยี่ยมใช้เป็นยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในกลุ่มสหภาพยุโรป 18 ประเทศ โดย 1 ยูโรแบ่งออกเป็น 100 เซนต์ แต่ชื่อเรียกของเซนต์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดย 1 ยูโร สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ 45 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์รัสเซีย

ทัวร์รัสเซีย

ทัวร์รัสเซีย

มีนาคม 262014

รัสเซีย หรือ สหพันธรัฐรัสเซีย ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามี “ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก” และ “เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก” ที่งดงามดุจราชินีแห่งยุโรป ประเทศแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณตั้ง อยู่ระหว่าง 2 ทวีป คือ ทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป ยิ่งไปกว่านั้นรัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดเป็นสองเท่าของประเทศที่มีอันดับสองอย่างประเทศแคนาดา ในเรื่องของการเดินทาง ในปัจจุบันการเดินทางไปทัวร์รัสเซียเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น เนื่องจากสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ-มอสโก ได้เลย โดยไม่ต้องต่อเครื่องที่ประเทศไหนให้เสียเวลา รู้อย่างนี้แล้วไม่ว่ายังไงก็น่าจะหาโอกาสมาทัวร์รัสเซียให้ได้ซักครั้ง เพื่อสัมผัสกับเสน่ห์ที่หลายหลากของอารยธรรมดินแดนหมีขาวแห่งนี้

สภาพภูมิอากาศ ของประเทศรัสเซียมีความหลากหลาย และแตกต่างระหว่างกันมากในแต่ละพื้นที่ จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่า เราไปทัวร์รัสเซียที่ส่วนไหนของประเทศ อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศมีที่อากาศหนาวจัด และมักถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาวที่ยาวนาน ซึ่งกินเวลากว่า 6 เดือน ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยไปทัวร์รัสเซียที่สุดคือ ช่วงตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เนื่องจากช่วงเดือนดังกล่าว เป็นช่วงที่มีอากาศเย็นสบาย มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ต้นไม้กำลังผลิดอกเต็มไปหมด กลิ่นหอมตลบไปทั่ว โดยเรียกช่วงนี้ว่า “ไวท์ไนท์” เป็นผลจากแสงของพระอาทิตย์เที่ยงคืน

อาหารที่ได้รับความนิยมจากชาวรัสเซียนจะเป็นพวก ซุปกะหล่ำแบบดั้งเดิม (Shchi) ซุปบีทรูท (Borsch) สลัดมันฝรั่ง (Stilichnii) สตูว์หมู (Azu) เนื้อตุ๋นในครีมเข้มข้น (Beef Stroganoff) ฯลฯ หรือนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์รัสเซียจะไปลิ้มลองอาหารแบบคอเคซัสตามร้านอาหาร หรือภัตตาคารภายในที่พักก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว หรือจะเป็นอาหารจอร์เจียน อาหารอาร์เมเนียน และอาหารอัสซูเรียน (อาเซอร์ไบจัน) ที่โดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนแบบตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย เนื้อแกะ และเนื้อปลาสเตอร์เจียน ก็น่าอร่อยไม่แพ้กัน สำหรับอาหารประเภทแป้งประจำชาติที่หามาทัวร์รัสเซียแล้วต้องหาทานให้ได้ คือ แพนเค้ก โดยแพนเค้กของที่นี่เป็นได้ทั้งของคาวและของหวาน ถ้าเป็นของหวานจะมีเอกลักษณ์ตรงแป้งที่เหนียวนุ่มและมีไส้อยู่ข้างใน ซึ่งมีไส้ให้ท่านได้เลือกชิมอย่างหลากหลาย ส่วนอาหารที่แพงที่สุดของประเทศคือ คาเวียร์ หรือไข่ดำจากปลาสเตอร์เจี้ยน นิยมโปะหน้าแพนเค้ก

ภาษาประจำชาติ คือ ภาษารัสเซีย โดยผู้คนในประเทศส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการมาทัวร์รัสเซียเนื่องจากคนที่ทำงานอยู่ในส่วนของโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว ไกด์ บริษัทเอกชนของต่างชาติ พ่อค้าแม่ค้าขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว มักจะพูดภาษาอังกฤษได้ สกุลเงิน ของรัสเซียคือ รูเบิล (Russian ruble – RUR)
โดย 1 บาท จะแลกเปลี่ยนได้ประมาณ 1.11 รูเบิล (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์อังกฤษ

ทัวร์อังกฤษ

ทัวร์อังกฤษ

มีนาคม 252014

สหราชอาณาจักร (United Kigdom) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ประเทศอังกฤษ โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาทัวร์อังกฤษเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ความเจริญทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และการศึกษา อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างวัฒนธรรม พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย หากได้ศึกษาข้อมูลก่อนมาทัวร์อังกฤษจะพบว่า เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ ได้แก่ เกาะใหญ่ (The Great Britain) คือเกาะที่รวมอาณาเขตของอังกฤษ (England) เวลส์ (Wales) และสก็อตแลนด์ (Scotland) ไว้ด้วยกัน และเกาะไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) มีพื้นที่ทั้งประเทศประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร และมีพรมแดนติดกับสก็อตแลนด์, เวลส์ โดยมีกรุงลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงของประเทศ อีกทั้งยังมีเมืองสำคัญที่ผู้มาทัวร์อังกฤษส่วนใหญ่ต้องการจะมาเยือน ได้แก่ เคมบริดจ์ (Cambridge), อ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford), บริสโทล (Bristol), บอร์นมัธ (Bournement), บาธ (Bath), เบอร์มิ่งแฮม (Birmingham), แมนเชสเตอร์(Manchester), ไบร์ทตัน (Brighton)

สำหรับสภาพภูมิอากาศ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นจะต้องทราบก่อนเดินทางมาทัวร์อังกฤษ เนื่องจากจัดอยู่ในประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิ อากาศค่อนข้างสูง มีอากาศค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะมีกระแสน้ำอุ่น และน้ำเย็นไหลผ่าน โดยทางตอนเหนือจะหนาว มากกว่าทางตอนใต้ ส่วนภาคตะวันตกจะมีฝนตกมากกว่าทางตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในช่วงฤดูหนาวจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในช่วงฤดูร้อนประมาณ 18-22 องศาเซลเซียส นอกจากนี้เรายังสามารถแบ่งสภาพภูมิกาศออกได้เป็น 4 ฤดูกาล ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวทุกท่านสามารถไปทัวร์อังกฤษได้ ในช่วงเวลาที่ต้องการ

-ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) เดือนมีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะมีความแปรปรวนสูง โดยบางวันอากาศอบอุ่น มีแสงแดดจัดในตอนเช้า และเปลี่ยนแปลงเป็นหนาวเย็น หรือฝนตกในช่วงบ่ายภายในวันเดียวกัน
-ฤดูร้อน(Summer) เดือนมิถุนายน-สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่ในฤดูนี้ จะอบอุ่น และมีแดดจัด
-ฤดูใบไมร่วง (Autumn) เดือนกันยายน-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่เปลี่ยนไปสู่ฤดูหนาว สภาพอากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น
-ฤดูหนาว(Winter) เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศจะความหนาวเย็นมากที่สุดในช่วงนี้ อีกทั้งยังมีหิมะตกในบางพื้นที่ ช่วงเวลากลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และมืดเร็วกว่าปกติ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสหิมะ ฤดูหนาวคือตัวเลือกที่ดีดีสุดเมื่อท่านมาทัวร์อังกฤษฃ

หลังจากที่นักท่องเที่ยวหลายๆ ท่านสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการมาทัวร์อังกฤษได้แล้ว ตอนนี้อยากจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งไม่ว่าใครก็อยากไปเยือนเมื่อมาทัวร์อังกฤษ

-พระราชวังบัคกิ้งแฮม(Buckkingham Palace) สถานที่ประทับของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 และพระสวามี เดิมเป็นบ้านของขุนนาง Duke of Buckingham โดยสร้างเมื่อปีค.ศ. 1703 – 1705

-กองหินประหลาด สโตนเฮนจ์ (Rock Stonehenge) ประกอบด้วยกองหินปริศนาขนาดใหญ่จำนวน 112 ก้อน และแต่ละก้อนทรงสูง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางทับซ้อนอยู่บนยอด วงหินรอบนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 100 ฟุต หินที่เรียงรายอยู่ทั้งหมดถึง 30 ก้อน ล้วนแต่ก้อนขนาดมหึมา สูงถึง 13 ฟุต และหนักเป็นตันๆ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาวาง และมาวางเพื่อวัตถุประสงค์อะไร จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกที่หนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้มาทัวร์อังกฤษ

-มหาวิหารเซนต์ปอล (The Basilica of Saint Paul) เป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อังกฤษ ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมชม หากไปที่พื้นใต้โดมแห่งมหาวิหารเซนต์ปอล ท่านจะพบคำที่สลักไว้บนเพื่อรำลึกถึงเซอร์ คริสโตเฟอร์ เรน สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งกล่าวว่า “ถ้าคุณจะมองหาอนุสาวรีย์ของเขา จงมองไปรอบตัวคุณ”

-วิหารเวสต์มินสเตอร์(Westminster Abbey) มีความสำคัญ อย่างยิ่งในประวัติศาสตร์  อังกฤษเพราะเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์แห่งอังกฤษมากว่า 900 ปีแล้ว

-ทราฟัลการ์สแควร์(Trafalgar Square) เป็นจัตุรัสกว้างใหญ่ที่มีอนุสาวรีย์ลอร์ดเนลสันอยู่ตรงกลาง แผ่นป้ายจุดเริ่มต้นกิโลเมตรหรือไมล์ที่ 0 อยู่ใกล้พระรูปทรงม้าของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 อาคารโดยรอบประกอบด้วยสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง

-หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Clock Tower, Palace of Westminster) หรือรู้จักดีในชื่อบิ๊กเบน เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภาอังกฤษ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง

อาหารอังกฤษมีหลากหลายชนิด โดยจะมีเนื้อเกือบทุกชนิดเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว แกะ หมู ไก่ และปลา ซึ่งมักจะเสิร์ฟพร้อมกับผักต่างๆและมันฝรั่ง อาหารที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ คือ ฟิชแอนด์ชิปส์ แซนด์วิช พาย และขนมหวานนานาชนิด ส่วนอาหารที่เมื่อไปทัวร์อังกฤษแล้วต้องรับประทาน ได้แก่

Scone: สโคน เป็นขนมปังชนิดหนึ่งทำจากแป้งข้าวสาลี, ข้าวบาเลย์ หรือไม่ก็ข้าวโอ๊ต โดยปกติแล้วจะนำแป้งไปผสมกับผงฟูทำขนมปังแล้วอบ สโคนนั้นมีลักษณะใกล้เคียงกับมัฟฟินของอเมริกัน แต่มีลักษณะเป็นก้อนหนากว่า และมักจะใส่ลูกเกดหรือ ผลไม้ตากแห้งอื่น ๆ ลงไปด้วย สโคนที่ทำในอเมริกา อาจจะมีการใส่ผลไม้อื่น เช่น แครนเบอร์รี่หรือถั่วชนิดต่าง ๆ ด้วย สโคนนั้นมักจะเสิร์ฟในการดื่มชาเดวอนเชียร์

Fish and Chips: ประกอบด้วยตัวแป้งที่มีส่วนผสมของ เบียร์ แป้ง นม และไข่ ส่วนเนื้อปลาที่นิยมใช้กัน คือ ปลาคอด หรือ ปลาแฮดดอก ในส่วนของมันฝรั่งจะต่างจากบ้านเราเพราะมันฝรั่งทอดของที่นี่จะมีขนาดชิ้นที่ใหญ่กว่า French Fries ที่เราเคยเห็นกันที่เมืองไทย นอกจากนี้แล้วยังกินกับถั่วลันเตาต้ม จิ้มกับ tar tar sauce บีบน้ำมะนาวลงบนตัวปลา และที่พลาดไม่ได้คือ Red wine vinegar ที่เป็นที่นิยมของคนอังกฤษเมื่อรับประทานเมนูนี้อีกด้วย

The Sunday roast: ซันเดย์โรสต์ เป็นอาหารประเภท อบ หรือย่างให้สุก นิยมทานเป็นมื้อค้ำของวันอาทิตย์ จึงเรียกว่า ซันเดย์ โรสต์ โดยจะประกอบไปด้วย มันฝรั่ง ต้ม อบ หรือ บด เนื้อย่างหรืออบ ชนิดต่างๆ ผักต่างๆ และเสิร์ฟพร้อมกับน้ำ เกรวี ซึ่งการเสิร์ฟในแบบต่างๆ จะขึ้นอยู่กับชนิดที่แตกต่างกันของเนื้อ เช่น เนื้อหมูจะเสิร์ฟพร้อมกับซอสแอปเปิ้ล เนื้อวัวจะเสิร์ฟพร้อมกับยอร์คเชอร์พุดดิ้ง เป็นต้น

ประเทศอังกฤษ ไม่มีภาษาทางราชการ แต่ภาษาที่นิยมใช้กัน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาท้องถิ่นอื่นๆ ก็ได้แก่ ภาษาสกอต ภาษากลุ่มแกลิกและบริทโทนิก เช่น ภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช และภาษาสกอตติชแกลิก สกุลเงินของอังกฤษเป็นเงินสเตอร์ลิง (GBP) มีหน่วยเป็นปอนด์ แบ่งออกเป็นธนบัตรทั้งหมด 4 ชนิด คือ ธนบัตรใบละ 5,10, 20 และ 50 ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนีโดย 1 ปอนด์ สามารถแลกเป็นเงินไทยได้ประมาณ 53 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์นิวซีแลนด์

ทัวร์นิวซีแลนด์

ทัวร์นิวซีแลนด์

มีนาคม 242014

ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ใต้ของเส้นศูนย์สูตร ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก และทะเลทัสมันด้านตะวันตก นิวซีแลนด์เป็นหมู่เกาะ ที่ประกอบด้วย เกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ และเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนหนึ่ง เกาะที่เรารู้จักกันดีคือ เกาะเหนือ (North Island) เกาะใต้ (South Island) และเกาะเล็กตั้งอยู่ปลาย สุดของเกาะใต้ชื่อ เกาะสจ๊วต (Stewart Island) สำหรับผู้ศึกษาข้อมูลเพื่อที่จะไปทัวร์นิวซีแลนด์จะพบว่า นิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ใกล้กับ ออสเตรเลีย และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะมีรูปร่างยาว ประกอบไปด้วยชายหาดมากมาย และทะเลเล็กๆ ที่เรียกว่า ฟยอร์ด (Fjord) บางส่วนเป็นที่ ราบอุดมสมบูรณ์ ใช้เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ มีบ่อน้ำร้อน ภูเขาไฟที่ดับแล้วและยังไม่ดับ บ่อโคลนเดือด บริเวณเทือก เขาสูงมีหิมะขาวปกคลุม พื้นที่ของประเทศนิวซีแลนด์มีขนาดเทียบเท่าประเทศอังกฤษ หรือญี่ปุ่น และยังมีเมืองหลวงที่ไม่ว่าใครไปทัวร์นิวซีแลนด์ก็อยากจะไปเยือนดูซักครั้ง ชื่อว่า เวลลิงตัน

ด้านการท่องเที่ยว นิวซีแลนด์เป็นประเทศแห่งการกีฬา และการสันทนาการ กีฬาที่เป็นที่นิยม คือรักบี้ คริกเก็ต เน็ตบอล บาสเกตบอล เทนนิส และการขี่จักรยาน หากท่านมาทัวร์นิวซีแลนด์ ก็สามารถไม่ควรที่จะพลาดไปสัมผัสกับชีวิตกลางแจ้ง ได้แก่ เดินเที่ยว ตั้งแคมป์ ล่องเรือ เล่นสกี บันจี้จัมพ์ การล่องแพ การดิ่งพสุธา

สภาพภูมิอากาศ ของนิวซีแลนด์ ถือเป็นสิ่งที่พิเศษสุดสำหรับประเทศนี้ และเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาทั่วนิวซีแลนด์ เนื่องจากไร้ซึ่งมลพิษใดๆ ทั้งสิ้น และมีช่วงเวลาสำหรับรับแสงอาทิตย์ตลอดทุกวัน โดยเฉลี่ยวันละ 7 – 8 ชั่วโมง ในฤดูร้อน และ 4 – 5 ชั่วโมง ในฤดูหนาว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาทัวร์นิวซีแลน คือสภาพภูมิอากาศที่สบายๆ แม้ว่าจะหนาวเย็น แต่ก็ไม่ถึงกับเย็นจัดจนหิมะตก แต่หากไปทัวร์นิวซีแลนด์ที่เกาะเหนือ จะพบว่ามีอากาศอบอุ่นกว่าเกาะใต้ โดยเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม จะเป็นช่วงที่มีอากาศเย็นที่สุด เราสามารถแบ่งฤดูกาลเพื่อความสะดวกในการไปทัวร์นิวซีแลนด์ ได้เป็น 4 ฤดู ได้แก่

-ฤดูร้อน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ 16-25 C 13-22 C

-ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม-พฤษภาคม 13-19 C 7-17 C

-ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม 8-13 C 2-10 C

-ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน 11-17 C 7-17 C

อาหารในประเทศนิวซีแลนด์ ถือเป็นสิ่งที่ผู้มาทัวร์นิวซีแลนด์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอาหารสดและสะอาด มากที่สุดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะอาหารประเภทผักสด ผลไม้ อาหารทะเล เนื้อแกะ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เพราะประเทศนิวซีแลนด์ คือแหล่งผลิตเนื้อแกะ เนื้อ และผลิตภัณฑ์ นม เนย  อีกทั้งนิวซีแลนด์ยังเป็นประเทศที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ จึงมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมอาหารจานด่วน และศูนย์อาหารมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์นิวซีแลนด์สามารถเลือกหาอาหารนานาชาติรับประทานได้ง่าย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

ด้านความปลอดภัย นิวซีแลนด์ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะและอุดมสมบูรณ์มาก ประชาชนอยู่ดีกินดี รัฐบาลให้การดูแลเรื่องสวัสดิการต่างๆ เป็นอย่างดี อาชญากรรมจึงมีน้อย ดังนั้นการไปทัวร์นิวซีแลนด์ก็น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

สกุลเงินตรา ของนิวซีแลนด์ คือ นิวซีแลนด์ดอลล่าร์ (NZ$) โดย 1นิวซีแลนด์ดอลล่าร์ จะสามารถแลกเป็นเงินบาทได้ประมาณ 28 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) เมื่อจองทัวร์นิวซีแลนด์แล้ว ก็น่าจะต้องไปแลกเงินเตรียมไว้เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสเมื่อเจอสิ่งที่ต้องการ

More Information»
ทัวร์ออสเตรเลีย

ทัวร์ออสเตรเลีย

ทัวร์ออสเตรเลีย

มีนาคม 242014

ออสเตรเลีย เป็นประเทศซึ่งกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู นิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนชื่อออสเตรเลียมาจากภาษาละติน ว่า australis ซึ่งหมายถึงทิศใต้ หากท่านมาทัวร์ออสเตรเลียจะพบว่า ประเทศแห่งนี้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังเป็นทวีปที่เล็ก และแบนที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังสิ่งที่น่าสนใจมากมายซึ่งไม่ควรจะพลาดเมื่อมาทัวร์ออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย แหล่งธรรมชาติอันงดงาม ตลอดจนเขตภูมิภาคผลิตไวน์อันเลื่องชื่อ

วัฒนธรรมของออสเตรเลีย เมื่อไปทัวร์ออสเตรเลียด้วยตัวของท่านเอง ท่านจะพบกับวัฒนธรรมออสเตรเลียที่มีเรื่องราวของนักต่อสู้ เจ้าหน้าที่ดูแลป่า และทหารผู้กล้า  วีรบุรุษนักกีฬา วีรบุรุษนักทำงาน และนักอพยพผู้กล้า  ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของความเสมอภาค ชีวิตกลางแจ้งอันวิเศษ และการมีน้ำใจต่อผู้ถูกเย้ยหยัน  ปัจจุบันออสเตรเลียยังนิยามตัวเองว่าเป็นมรดกของชาวอะบอริจิน การผสมผสานทางวัฒนธรรมอันมีสีสัน นวัตกรรมทางความคิด และแหล่งศิลปะอันรุ่งเรือง

สัตว์ในออสเตรเลีย คือหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาทัวร์ออสเตรเลีย เนื่องจากมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 378 สายพันธุ์ นก 828 สายพันธุ์ ปลา 4000 สายพันธุ์ พวกกิ้งก่า 300 สายพันธุ์ งู 140 สายพันธุ์ จระเข้สองสายพันธุ์ และสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 50 ชนิด และที่พิเศษที่สุดคือ มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพืช สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน และกบ ล้วนมีเฉพาะในออสเตรเลียที่เดียวและไม่สามารถพบที่อื่นได้ โดยสัตว์ที่มีนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ออสเตรเลียน่าจะรู้จักกันดี ได้แก่ จิงโจ้ โคอาล่า หมาป่าดิงโก และตุ่นปากเป็ด แต่หากนักท่องเที่ยวมาทัวร์ออสเตรเลียเพื่อที่จะไปดูสัตว์เหล่านี้ในป่าก็น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่รับรองว่าเมื่อมาทัวร์ออสเตรเลียแล้วไปที่สวนสัตว์ และอุทยานสัตว์ป่าระดับ โลกในเมืองใหญ่ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตภูมิภาคต่างๆ เช่น สวนสัตว์ Taronga ในซิดนีย์, Rainforest Habitat ในพอร์ตดักลาส, Healesville Sanctuary ในรัฐวิกตอเรีย, อุทยานสัตว์ป่า Cleland ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย, สวนสัตว์ออสเตรเลียในรัฐควีนส์แลนด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับชมบรรดาสัตว์น้อยใหญ่เหล่านี้ ได้อย่างจุใจแน่นอน

อาหารและไวน์ของออสเตรเลีย คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกท่านไม่ควรที่จะพลาดเมื่อไปทัวร์ออสเตรเลีย เพราะจะได้สัมผัสความอิสระ และความสร้างสรรค์ของวัฒนธรรมทางอาหารแบบ ‘ฟิวชั่น’ รวมไปถึงไวน์รสเลิศ ซึ่งมีความสดใหม่ที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากผืนดินอันบริสุทธิ์ของออสเตรเลียได้สร้างสรรค์ผลิตผลสดใหม่แสนอร่อยมากมาย

สภาพอากาศ ที่ออสเตรเลียมีสภาพอากาศที่อบอุ่นเกือบตลอดปี แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามตำแหน่งของจุดที่ท่านไปทัวร์ออสเตรเลีย โดยรัฐทางตอนเหนือมีสภาพอากาศที่อบอุ่นเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่รัฐทางตอนใต้จะมีฤดูหนาวที่เย็นกว่า นอกจากนี้หากท่านไปทัวร์ออสเตรเลียแล้วฝนตก แสดงว่าโชคร้ายมาก เนื่องจากทวีปออสเตรเลียแห้งแล้งที่สุดในโลก โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีน้อยกว่า 600 มม. และหากแบ่งเป็นฤดูเพื่อทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่าอยากจะไปทัวร์ออสเตรเลียช่วงไหน ก็สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นฤดูร้อน ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมเป็นฤดูหนาว และช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนเป็นฤดูใบไม้ผลิ

สกุลเงิน ประจำชาติของออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ออสเตรเลียซึ่งมีธนบัตร มูลค่า $5, $10, $20, $50 และ $100  เหรียญมูลค่า 5, 10, 20 และ 50 เซ็นต์ รวมถึงหนึ่งและสองดอลลาร์ รู้อย่างนี้แล้วก็ควรแลกเปลี่ยนเงินให้พร้อมก่อนไปทัวร์ออสเตรเลียเพื่อความสะดวกสบายของท่าน

 

More Information»
ทัวร์แอฟริกาใต้

ทัวร์แอฟริกาใต้

ทัวร์แอฟริกาใต้

มีนาคม 212014

สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่ต้องการไปทัวร์แอฟริกาใต้ หรือ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ก็จำเป็นที่ต้องเดินทางไปทวีปแอฟริกา เนื่องจากประเทศอิสระแห่งนี้ตั้งอยู่ทางปลายสุดของทวีปแอฟริกา โดยประเทศแอฟริกาใต้นี้ มีพรมแดนติดกับ ประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวานา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และประเทศสวาซิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท เป็นดินแดนที่ถูกล้อมรอบทุกด้านด้วยอาณาเขตของประเทศแอฟริกาใต้ รวมทั้งยังเป็นประเทศส่งออกเพชร และทองคำ มีชาวพื้นเมืองผิวขาวได้แก่ ชาวแอฟริกัน ที่สืบเชื้อสายจากชาวดัตช์ ที่มาตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มแรก ปัจจุบันมีทั้งชาวดัตช์ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และชนเผ่าพื้นเมือง คือ ซูลู

สภาพภูมิอากาศแอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่เป็นแบบกึ่งแห้งแล้ง และหากได้ไปทัวร์แอฟริกาใต้นักท่องเที่ยวควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนว่าไปยังส่วนใดของประเทศ เนื่องจากส่วนต่างๆ ของประเทศมีความแตกต่างกัน โดนส่วนด้านชายฝั่งตะวันออกจะเป็นแบบกึ่งร้อนชื้น ด้านตะวันตกเฉียงเหนือจะแห้งแล้ง แถบเมืองเคปทาวน์จะมีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 0-35 องศาเซลเซียส ในฤดูร้อนจะร้อนและแห้ง ฤดูหนาวจะเย็นและฝนตกเนื่องจากแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูกาลจึงตรงข้ามกับ อเมริกาเหนือและยุโรป เรียนภาษาอังกฤษที่เคปทาวน์และรื่นรมย์กับอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน

โดยเราสามารถแบ่งฤดูกาลในแอฟริกาใต้ ได้ดังนี้ เพื่อให้สามารถไปทัวร์แอฟริกาใต้ได้ถูกช่วงเวลาตามที่เราต้องการ

ฤดูใบไม้ผลิ – กันยายน, ตุลาคม, พฤศจิกายน

ฤดูร้อน – ธันวาคม, มกราคม, กุมภาพันธ์

ฤดูใบไม้ร่วง – มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม

ฤดูใบไม้ร่วง – มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมื่อไปทัวร์แอฟริกาใต้ ได้แก่

-เหมืองทองโบราณโกลด์รีฟซิตี้ (Gold reef city) เป็นที่ตั้งของสวนสนุก และเหมืองทองโบราณ “โกลด์รีฟ ซิ้ตี้ สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการค้นพบทองคำในแอฟริกาใต้ สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่ต้องการสร้างความสุขให้แก่ลูกหลานของท่าน นี่ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ควรจะต้องมาเมื่อไปทัวร์แอฟริกาใต้

-การท่องป่าซาฟารี (Safari) คือ ไฮไลท์ของผู้มาทัวร์แอฟริการใต้ ซึ่งชมสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติ ในป่าซึ่ง ป่าโปร่ง ป่าละเมาะ และทุ่งหญ้า สะวันนา จนถึงกึ่งทะเลทราย แอฟริกาใต้ มีสัตว์ป่ากว่า 220 ชนิด ภายในนั้นมีสัตว์ใหญ่ 5 ชนิดแห่งป่าซาฟารี หรือThe Big Five ได้แก่ ช้าง แรด ควายป่า เสือดาวและ สิงโต

-แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) แหลมที่ได้รับความนิยมจากผู้มาทัวร์แอฟริกาใต้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแหลมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ปลายสุดของแหลมมีประภาคาร เห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียกับแอตแลนติกมาพบกันได้ อย่างชัดเจนบนผิวน้ำอากาศบริเวณนี้จะแปรปรวนในทะเลมีหมอก จัดเพราะกระแสน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เท่ากันมาปะทะกัน ยากต่อการเดิน

-เกาะแมวน้ำ ฮูทเบย์หมู่บ้านชาวประมงซึ่งกลายเป็นเมืองขนาดเล็ก มีท่าเทียบเรือและภัตตาคารอาหารทะเล โดยมีเรือในบริการในการออกไปชมแมวน้ำ ที่เกาะดุยเกอร์ (Dduiker)

-กรูทคอนสแตนเทีย (Groot Constantia)

ไร่องุ่นและแหล่งทำเหล้าองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของแอฟริกาใต้ โดยในปัจจุบันนี้ก็ยังคงดำเนินการทำเหล้าองุ่นและเปิดให้คนทั่วไป เข้าชมการผลิตภายในบริเวณมีอาคารพิพิธภัณฑ์ไวน์ เมื่อมาทัวร์แอฟริกาใต้แล้วก็อย่าลืมที่จะมาลิ้มรสเหล้าองุ่นที่มีชื่อเสียงแห่งนี้เชียวละ

-เทเบิลเมาท์เทน (Table Mountain) ภูเขาสูงยอดตัดตรง ที่มีลักษณะเหมือนกับโต๊ะ มีความสูงกว่า 1,000 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเคปทาวน์ และเป็นที่ชมวิวได้ดีที่สุด

-ฟาร์มนกกระจอกเทศ WESTCOAST OSTRICH RANCH แหล่งเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นนกที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก และมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา

-คิมเบอร์ลี (Kimberley) หลุมที่เกิดจากการขุดเหมืองเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดจากฝีมือมนุษย์ นอกจากนี้แอฟริกาใต้ยังมีแร่ทองคำ และแพลทตินั่มมากถึง 70% ของโลกและเป็นประเทศ ผู้ส่งออกเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก

-อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger National Park) นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับชีวิตของสัตว์ป่าได้ดีที่สุดในแอฟริกาและทั่วโลก

-อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ (Addo Elephant Park) แหล่งชมโขลงช้างที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนลึกของหุบเขาแห่งบุชเวลด์ (Bushveld) แถบซันเดย์ริเวอร์ในอีสเธิร์น เคป

-อุทยานแห่งชาติโกลเด้นเกทไฮแลนดส์ (Golden GateHighlands National Park) อุทยานแห่งนี้ได้ชื่อมาจากแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องมากระทบกับผาหินทรายภายในบริเวณอุทยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หินที่ชื่อ ว่าแบรนด์แวก ร็อค (Brandwag rock) และในอาณาบริเวณที่กว้างขวางแห่งนี้ ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ในเขตที่ราบ สูงมากมาย ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวอีกด้วย

-เวนด้า (Venda) นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าเวนด้า ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรในพื้นที่ ซึ่งมีรูปร่างลักษณะที่สง่างาม สูงยาว และผิวดำเข้ม

สิ่งที่ควรทราบก่อนไปทัวร์แอฟริกาใต้ ได้แก่ สกุลเงินแอฟริกาใต้ คือ แรนด์ (ZAR) โดย 1 แรนด์ สามารถแลกได้ 2.95 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) ซึ่งก็ควรแลกเปลี่ยนให้เรียบร้อยก่อนไปทัวร์แอฟริกาใต้ ภาษาแอฟริกาใต้ มีการใช้ภาษาราชการถึง 11 ภาษา คือ ภาษาแอฟริคานส์, ภาษาอังกฤษ, ภาษาซูลู, ภาษาโชซา, ภาษาสวาตี, ภาษาเอ็นเดเบลี, ภาษาซูทูใต้, ภาษาซูทูเหนือ, ภาษาซองกา, ภาษาสวันนา และภาษาเวนดา แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปสำหรับนักท่องเที่ยวต้องการมาทัวร์แอฟริกาใต้ เนื่องจากชาวแอฟริกาใต้ส่วนใหญ่สามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาแอฟริคานส์ในการสื่อสารได้

More Information»
ทัวร์เซี่ยงไฮ้

ทัวร์เซี่ยงไฮ้

ทัวร์เซี่ยงไฮ้

มีนาคม 202014

หากมาทัวร์เซี่ยงไฮ้จะพบว่าเซี่ยงไฮ้เป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุด และเจริญที่สุดของประเทศจีน ซึ่งเป็นเขตการปกครองระดับเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับมณฑล ได้รับการพัฒนาจนถูกขนานนามว่า “ปารีส ตะวันออก”ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มมหานครไฮโซอันดับ 5 ของโลก เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและเศรษฐกิจทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 6,200 ตร.กม. มีประชากรประมาณ 14 ล้านคน เป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในจีน เป็นเมืองท่าพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งทะเลจีนใต้ นอกจากนี้สิ่งที่ผู้มาทัวร์เซี่ยงไฮ้จะพบเห็นได้เป็นจำนวนมากในเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้

สำหรับสถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเมื่อมาทัวร์เซี่ยงไฮ้ คือ

-หอไข่มุก(The Oriental Pearl Tower) เป็นหอที่สูงที่สุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีความสูง 468 เมตร หนัก 120,000 ตัน ภายในเป็นเสาปล่องกลวงมีลิฟท์ความเร็วสูง 6 ตัว โดยมีความเร็ว 7 เมตร/ 1 วินาที หอคอยแห่งนี้มีลักษณะเป็นไข่มุก 11 ลูก และ มีเสาค้ำทั้งหมด 3 เสา ด้านบนเป็นรูปไข่มุก 3 เม็ด 3 ขนาดเรียงกันในแนวตั้ง โดยขนาดจะลดหลั่นกันไปตามความสูง ภายในของไข่มุกเม็ดที่ 1 จะเป็นการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของนครเซี่ยงไฮ้ ส่วนไข่มุกเม็ดที่ 2 จะเป็นส่วนที่ใช้เป็นสถานีรับส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ของเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วยสถานีโทรทัศน์ 9 แห่ง และสถานีวิทยุ 10 แห่ง และสำหรับไข่มุกเม็ดที่ 3 ได้จัดไว้เป็นส่วนของร้านอาหารและโรงแรม โดยในส่วนของร้านอาหารนั้นจะเป็นส่วนที่หมุนได้เพื่อให้ชมวิวได้รอบ และที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือในช่วงกลางคืน ก็จะมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงามตระการตาเพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว อีกด้วย ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดพลาดที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้เมื่อมาทัวร์เซี่ยงไฮ้

-พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เซี่ยงไฮ้ ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ของเซี่ยงไฮ้ ก็สามารถมายังสถานที่แห่งนี้ได้ ซึ่งจัดแสดงที่หอไข่มุก ในอาคารทรงไข่มุกลูกแรก  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งในลักษณะของการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและความเป็นมาของนครเซี่ยงไฮ้ ด้านในพิพิธภัณฑ์จะจำลองร้านรวงต่าง ๆ และการใช้ชีวิตประจำวันที่เล่าประวัติความเป็นมาของเมืองเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ยุคร้อยปีที่ผ่านมาที่เป็นยุคสงครามฝิ่นเรื่อยมาในสมัยจีนโบราณ  จนถึงเซี่ยงไฮ้ยุคใหม่ ที่มีแต่ความเจริญก้าวหน้า

-อุโมงค์เลเซอร์(the bund sightseeing tunnel)  อีกหนึ่งการเดินทางที่น่าตื่นตาสำหรับผู้มาทัวร์เซี่ยงไฮ้ โดยระหว่างการเดินทาง จะได้เห็นแสงสีระบบเลเซอร์หลายรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งอุโมงค์นี้ เป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำสายแรกในประเทศจีน มีความลึกลงไปจากพื้นแม่น้ำ 9 เมตร มีความยาว 646.70 เมตร สร้างเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 2000 รถไฟอุโมงค์นี้สามารถ รับ-ส่งนักท่องเที่ยวได้ ชั่วโมงละ 5,280 คน โดยเราจะลอดอุโมงค์แห่งนี้ได้โดยการโดยสารรถไฟผ่านซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที อุโมงค์แห่งนี้ มีไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางระหว่างหอไข่มุกกับหาดไหว่ทัน และไปช็อปปิ้งต่อที่ถนนนานกิง

-หาดไว่ทัน (The Bund) หรือหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่เรียกชื่อนี้เพราะเนื่องจากเป็นต้นกำเนิดอันลือชื่อของตำนานเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่เกิดขึ้นในยุคที่เมืองเซี่ยงไฮ้เต็มไปด้วยเจ้าพ่อหลายแก๊งที่จ้องจะแย่งชิงอำนาจกัน ผู้ที่มาทัวร์เซี่ยงไฮ้ไม่ควรพลาดถนนแห่งนี้ด้วยประกายทั้งปวง เนื่องจากเป็นถนนที่สวยงามอันดับ 1 ของเมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อยืนอยู่ที่บริเวณนี้จะสามารถมองเห็นวิวของหอไข่มุก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเซี่ยงไฮ้อีกด้วย นอกจากนี้หาดไว่ทันนี้ยังอยู่ใกล้ถนนนานกิง ถนนคนเดินเป็นแหล่งช๊อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม และสถานที่ท่องเที่ยว ที่นิยมของคนไทยอีกด้วย

-ถนนนานกิง เป็นแหล่งช้อปปิ้งสตรีทที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงของเซี่ยงไฮ้ มีความยาวประมาณ 5 ก.ม. โดยทั้งสองข้างทางจะมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วทุกมุมโลก หรือร้านขายขนมเก่าแก่ก็มีเช่นกัน บนถนนเส้นนี้ยังมีเวทีแสดงคอนเสิร์ตเพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆอีกด้วย ถนนเส้นนี้เป็นถนนคนเดินที่ไม่เคยหลับใหล เนื่องจากที่นี่จะมีผู้คนโดยเฉพาะผู้สูงอายุมาออกกำลังกายกันแต่เช้า พอสายหน่อยก็จะกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้ง มีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย และจะเปิดให้รถประจำทางวิ่งเฉพาะช่วง 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น หลังจากนั้นก็จะปิดถนนให้เฉพาะคนเดินเท่านั้น นอกจากนี้นานกิงยังอยู่ใกล้กับ หาดไว่ทาน เราสามารถเดินไปชมความงดงามของ หอไข่มุก เซี่ยงไฮ้ ยามค่ำคืนที่สวยมากๆ ได้อีกด้วย รู้อย่างงี้แล้ว นักท่องเที่ยวทุกท่านก็คงจะไม่อยากพลาดแหล่งช้อปปิ้งสตรีทแห่งนี้ เมื่อมาทัวร์เซี่ยงไฮ้ใช่มั้ยครับ??

-กายกรรมอีร่า(ERA : Intersection of Time) สุดยอดกายกรรมที่ผู้มาทัวร์เซี่ยงไฮ้จะต้องมาชม เนื่องจากเป็นโชว์ที่ดีที่สุดในมหานครเซี่ยงไฮ้ ลงทุนสร้างสรรค์กว่าร้อยล้านหยวน ท่านจะได้ตระการตากับจินตลีลาส ผสมผสานกายกรรมลือชื่อ บวกกับความทันสมัยที่เข้ากันด้อย่างลงตัว ทำให้โชว์นี้มีทั้งความงดงามอ่อนช้อยและความตื่นเต้นเร้าใจตลอดการแสดง ซึ่งกายกรรมรูปแบบใหม่ของเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วยแสง สี เสียงที่ไฮเทค, ผาดโผน ที่ตื่นเต้นเร้าใจที่สุดก็เห็นจะเป็นโชว์ชุดมอเตอร์ไซด์ไต่ลูกโลก และชุดวงล้อผาดโผน

-พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้(Shanghai museum of History) ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1952 และมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 1996 เพื่อเก็บรวบรวมเรื่องราวของจีน ตลอดจนทรัพย์สมบัติอันประเมินค่ามิได้ในสมัยราชวงศ์ “หมิง” และราชวงศ์ “ชิง” ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ได้ชมกัน พิพิธภัณฑ์นี้มีทั้งหมด 4 ชั้น แบ่งออกเป็น 11 ห้องแสดงศิลปะ และ 3 ห้องจัดนิทรรศการ ในแต่ะละห้องศิลปะจะจัดแสดงศิลปะหลักๆของจีน ได้แก่ เครื่องทองเหลืองโบราณ เครื่องเซรามิกโบราณงานวาด งานเขียนลายมือ งานแกะสลักโบราณ เครื่องหยกโบราณ เหรียญ เครื่องแต่งบ้านที่ใช้ในสมัยราชวงศ์หมิง และ ชิง ตราประทับ รวมถึงศิลปะโบราณของชนชาติต่างๆที่อาศัยในจีน ซึ่งมีจำนวนโบราณวัตถุประมาณ 1 ล้านชิ้น โบราณวัตถุล้ำค่า 1 แสน 2 หมื่นชิ้น ทางพิพิธภัณฑ์ยังมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยให้บริการผู้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีเทปเสียงให้เช่าฟัง มีระบบวิดิทัศน์ให้ข้อมูล สำหรับผู้มาทัวร์เซี่ยงไฮ้ แล้วต้องการความรู้ ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่น่าจะต้องมาเยือน

-จูเจียเจี่ยว เป็นหมู่บ้านโบราณ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยั่งจื้อทางตอนใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างนครเซี่ยงไฮ้และเมืองซูโจว เป็นตำบลริมน้ำแห่งวัฒนธรรมโบราณ ที่ติดอันดับหนึ่งในสี่ในบรรดาตำบลริมน้ำที่โด่งดัง ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเมืองที่มีสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมโบราณของราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิงอยู่มากมาย ซึ่งได้รับการรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ ภายในหมู่บ้านนี้มีแม่น้ำลำ คลองใหญ่เล็กตัดสลับกันเหมือนตาข่าย และสัญจรทางน้ำโดยเรือได้เพียงอย่างเดียว จุดเด่นของเมืองนี้ ได้แก่ สะพาน ลำคลอง และบ้านเรือนริมน้ำ  ทำให้หมู่บ้านโบราณ จนได้รับฉายาว่า “เวนิสตะวันออก” มีเนื้อที่ประมาณครึ่งตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีบริการล่องเรือชมบรรยากาศชุมชนริมน้ำ ของชาวเจียงหนานโบราณที่สวยงาม ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เซี่ยงไฮ้มายังจูเจียเจี่ยวเป็นจำนวนมาก

-วัดพระหยกขาว เป็นสถานที่น่าสนใจอีกแห่ง เพราะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในเซี่ยงไฮ้ และเป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมานมัสการมากที่สุดในเมืองเซี่ยงไฮ้ สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยซ่ง ทั้งนี้ยังเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์เว่ย ถัง ซ่ง หยวน หมิง และชิง ไฮไลท์ของวัดนี้ คือ พระพุทธรูปหยกขาวที่แกะสลักมาจากหยกขาวทั้งแท่ง 2 องค์ มีความงดงามแปลกตา องค์แรกเป็นพระหยกปางมารวิชัย มีความสูง 1.9 เมตร องค์ที่สองเป็นพระหยกปางไสยาสน์มีความกว้าง 1.05 เมตร โดยทั้งสององค์ถูกอัญเชิญมาจากประเพศพม่า เมื่อ ค.ศ.1882 หากได้มาทัวร์เซี่ยงไฮ้แล้วก็น่าจะลองมาสักการะพระพุทธรูปหยกขาวทั้ง 2 องค์นี้ดู เพื่อความเป็นศิริมงคลในชีวิต

-ตลาดเฉินหวังเมี่ยว หรือตลาดร้อยปี เป็นตลาดที่ประยุกต์วัฒนธรรมโบราณ และปัจจุบันได้อย่างลงตัว มีขนาดกว้างขวางใหญ่โตมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีอาคารบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง และชิงที่มีอายุกว่าร้อยปี ซึ่งมีความสวยงามในแบบฉบับของจีนโบราณ ผู้คนที่มาจะได้ซึมซับบรรยากาศแบบโบราณ และความทันสมัยรวมกันอยู่ในจุดเดียวกัน ภายในบริเวณตลาด มีทั้งร้านขายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง ร้านอาหาร ร้านขนมพื้นเมืองและที่พลาดไม่ได้หากมาทัวร์เซี่ยงไฮ้  คือ ร้านเสี่ยวหลงเปาอันเลื่องชื่อ ที่มีผู้คนมารอต่อคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อให้ได้ลิ่มลองรสชาติจากต้นตำรับ

 

 

More Information»
ทัวร์ฮ่องกง

ทัวร์ฮ่องกง

ทัวร์ฮ่องกง

มีนาคม 192014

ฮ่องกง ตั้งอยู่บนชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ตรงปากแม่น้ำเพิร์ล หันออกสู่ทะเลจีนใต้ โดยมีน่านน้ำบริเวณอ่าวเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาฮ่องกง เนื่องจากเป็นท่าเรือค้าขายและท่าเรือปลอดภาษีของจีน ฮ่องกงได้กลายเป็นศูนย์กลางด้านบริการและการเงินชั้นนำของเอเชีย วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้หล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้ง แหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย และชนบทที่สวยงาม ทำให้ทัวร์ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียของนักท่องเที่ยว

ก่อนหน้าที่ฮ่องกงจกลายเป็นเมืองที่คึกคักและเร่งรีบอย่างทุกวันนี้ ฮ่องกงเคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงธรรมดาๆ เท่านั้น จนกระทั่งปี 1842 ราชวงศ์ชิงพ่ายแพ้สงครามฝิ่น ทำให้ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษตามสนธิสัญญานานกิง และในปี 1860 คาบสมุทรเกาลูนถูกส่งมอบให้แก่อังกฤษ และสุดท้ายในปี 1898 อังกฤษได้ลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่เขตนิวเทอร์ริทอร์รี่ส์จากจีน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาลูนขึ้นไป จนถึงแม่น้ำเสิ่นเจิ้น รวมถึงเกาะรายรอบอีก 235 เกาะ เป็นเวลา 99 ปี ฮ่องกงถูกส่งมอบคืนแก่จีนอีกครั้ง ในวันที่ 1 ก.ค. 1997 ภายใต้นโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” โดยเป็นเขตการปกครองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน และภายใต้ระบบนี้ทำให้ฮ่องกงปกครองตนเองได้เต็ม โดยสามารถใช้ระบบทุนนิยมได้เช่นเดิม มีระบบศาล มีกฎหมายเป็นของตัวเอง มีเสรีภาพทางการค้า และอิสรภาพในการแสดงความคิดเห็น

สถานที่ที่น่าสนใจที่หากนักท่องเที่ยวท่านใดได้มาทัวร์ฮ่องกงแล้วต้องไป ได้แก่

-อ่าวรีพัสเบย์ เป็นหาดทรายรูปจันทร์เสี้ยวที่มีความสวยงามมากจนสามารถพูดได้ว่าเป็นหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง อ่าวรีพัสเบย์ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่ชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ถูกใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องด้วยกัน บริเวณรีพัลส์ เบย์จะมีรูปปั้นเทพเจ้าและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมากมาย เช่น เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม  เทพเจ้าแห่งโชคลาภ  เทพเจ้าขอบุตร สะพานอายุยืน และเทพเจ้าแห่งความรัก แต่ที่จะเด่นที่สุดก็คือ องค์เจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทินโห่ว ที่มีขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ทอดยาวลงสู่ชายหาด หากได้มาทัวร์ฮ่องกงกับเราแล้ว รับรองว่าได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของฮ่องกงอย่างแน่นอน

-อ่าววิคทอเรีย มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่รู้จักระดับโลกในเรื่องของทัศนียภาพยามค่ำคืน อ่าววิคทอเรียเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง ถือเป็นอัญมณีเม็ดงามที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะเวียนมาชม ไม่ว่าจะมาทัวร์ฮ่องกงกี่ครั้งแล้วก็ตาม ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาทัวร์ฮ่องกงเพื่อมาชื่นชมความงด งามของอ่าวแห่งนี้ แต่คงไม่มีวิธีไหนที่จะชมความงามแสนมหัศจรรย์ของอ่าวได้ดีไปกว่าล่องเรือท่องอ่าว ในยามค่ำ ที่ซึ่งคุณจะได้ชมการแสดงมัลติมีเดีย อะ ซิมโฟนี่ ออฟ ไลท์ อันตระการตาจากตึกระฟ้า 40 กว่าแห่งรอบอ่าว

-อะ ซิมโฟนี่ ออฟ ไลท์ คือ การแสดงมัลติมีเดียพร้อมเสียงดนตรีที่สุดยอดตระการตาจนได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่าเป็นการ แสดงแสงและเสียงถาวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ทางฮ่องกงจัดทำการแสดงนี้ขึ้นเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว โดยร่วมกับอาคารสูงทั้งสองฝั่งของอ่าววิคทอเรียรวม 44 อาคาร ประดับไฟที่งดงามแปลกตาเมื่อรวมกับลักษณะอาคารที่มีรูปทรงแตกต่างกันทำให้เกิดความสวยงามตื่นตาตื่นใจ ใช้เวลาแสดงครั้งละประมาณ 15 นาที โดยจัดให้มีการแสดงทุกวันในเวลา 20.00 น เว้นแต่วันที่มีฝนตกหนักหรือเกิดพายุลมแรง

-ย่านจิมซาจุ่ย แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมที่ผู้มาทัวร์ฮ่องกงต้องการมาช้อประเบิดกระเป๋า ณ ที่แห่งนี้ โดยย่านแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนนาธาน ฝั่งเกาลูน เป็นพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งในฮ่องกง ทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้า จุดช้อปปิ้งชื่อมากมาย อาทิเช่น DUTY FREE SHOP, ST. MICHEAL, HARBOUR CITY, OCEEAN TERMINAL  เป็นต้น ห้างสรรพสินค้าที่อยากจะแนะนำเป็นพิเศษ ซึ่งที่มีกระเเสตอบรับดีมากจากนักท่องเที่ยวคือ ห้างสรรพสินค้า The One ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยังได้รับการบันทึกว่าเป็นห้างที่สูงที่สุดในฮ่องกงด้วยความสูงถึง 21 ชั้น ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ ร้านค้า พลาซ่า สินค้าแฟชั่นวัยรุ่น ย่านนี้ยังนับว่าเป็นแหล่งขายเครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกชื่อดังของฮ่องกงด้วย  ในบริเวณย่านจิมซาจุ่ยยังมีศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮ่องกง พิพิธภัณฑ์อวกาศฮ่องกง สวนสาธารณะเกาลูน โอเชียนเทอร์มินอล หรือโอเชียนเซนเตอร์ หรือฮาร์เบอร์ซิตี้ สตาร์เฟอร์รี่ และอ่าววิคตอเรีย

-วัดแชกงหมิว หรือวัดกังหัน แห่งนี้ถูกกล่าวขานเรื่องการแก้ชงตามความเชื่อที่ว่า หากหมุนกังหันทองแดงกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีและยังเชื่อกันอีกว่าถ้าหมุน 3 รอบจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำแต่สิ่งดีๆ มาให้ โดยความหมายของกังหันแต่ละใบนั้นมีดังนี้ ใบที่ 1. เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัย ใบที่ 2. สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ใบที่ 3. โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ใบที่ 4. คิดหวังสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการ วัดแห่งนี้เป็นที่นิยมของชาวฮ่องกง โดยจะไปสักการะที่วัดนี้ในวันขึ้นปีใหม่ของจีน ซึ่งชาวฮ่องกงและไทย จะไปสักการะผู้ที่เกิดปีชง จะแคล้วคลาดในเรื่องที่ไม่ดีทุกเรื่อง หากใครต้องการเช่าจี้กังหันก็สามารถหาเช่าได้ภายในวัดซึ่งจะมีราคาไม่แพง ไม่เหมือนในร้านจิวเวอรี่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้โปรแกรมทัวร์ฮ่องกงหลายๆ โปรแกรมต้องจัดทริปเดินทางมายังวัดแห่งนี้

-เกาะลันตา มีขนาดใหญ่สองเท่าของเกาะฮ่องกง และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรฮ่องกง และเป็นเกาะยอดนิยมของโปรแกรมทัวร์ฮ่องกง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 146 ตารางกิโลเมตร บนเกาะมี Lantau Peak ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะ และเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 2 ของฮ่องกง เกาะลันเตามีพื้นที่ป่าอยู่จำนวนมาก ทำให้ถูกเรียกว่าเป็น “ปอดของฮ่องกง” สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจของเกาะลันตามีดังต่อไปนี้ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท Ngong Ping เป็นสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาสูง ซึ่งรวม Ngong Ping 360 (เส้นทางกระเช้าและหมู่บ้านพื้นเมือง) และพระใหญ่วัดโปลิน

-กระเช้า Ngong Ping 360 คือ สถานที่ที่ทัวร์ฮ่องกงภูมิใจนำเสนอ เนื่องจากเป็นกระเช้าที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 5.7 กิโลเมตร และใช้เวลา 25 นาทีในการเดินทางจากสถานีตุงซุง ไปยังปลายทางของหมู่บ้านนองปิง เลื่อนผ่านทะเลจีนใต้ และวนอุทยานลันเตาเหนือ ตัวกระเช้าแบบ Crystal นั้นมีกระจกใสทุกด้านไม่เว้นแม้แต่พื้นของกระเช้า ทำให้ท่านสามารถชมทิวทัศน์ได้ 360 องศาของเกาะลันเตา  ระหว่างการเดินทางจะได้พบกับสถาปัตยกรรมจีนโบราณของหมู่บ้านนองปิง บนพื้นที่ 1.5 เฮคตาร์เหนือระดับน้ำทะเล 371 เมตร ชมทัศนียภาพของสนามบินนานาชาติฮ่องกง อีกทั้งยังมองเห็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ประทับกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อลงจากกระเช้า จะมีร้านขายสินค้าที่ระลึกที่เกี่ยวกับกระเช้า Ngong Ping 360 บริเวณด้านนอกก็ยังมีจุดที่ถ่ายรูปที่น่าสนใจอีกหลายจุดด้วยกัน

-วัดโป่หลิน แต่เดิมนั้นวัดโป่หลินเป็นเพียงวัดที่อยู่ห่างไกลและไม่เป็นที่รู้จักของผู้คน แต่เมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปเทียนถานที่เป็นพระพุทธรูปสำริดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูงรวมฐานถึง 34 เมตร และหนักกว่า 250 ตัน ใช้เวลาในการสร้างนานกว่า 12 ปี รวมค่าก่อสร้างกว่า 60 ล้านเหรียญฮ่องกง โดยพระพุทธรูปจะหันพระพักตร์ไปทางเหนือเพื่อเฝ้าดูชาวจีน ด้วยความสวยงามและความน่าเลื่อมใสนี้เองทำให้เป็นที่ดึงดูดพุทธศาสนิกชนจากทั่วทั้งเอเชีย มีความเชื่อว่าเมื่อมาขอพรจากองค์พระแล้วชีวิตก็จะมีแต่ความสุขและประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ฮ่องกงเดินทางมายังวัดโป่หลินเป็นจำนวนมาก โดยรายละเอียดส่วนต่างๆของพระพุทธรูปเทียนถานมีดังต่อไปนี้

-พระเศียร ออกแบบตามพระพุทธรูปในถ้ำหลงเหมิน ขึ้นรูปโดยใช้สำริดและทอง

-พระเพลา ประทับอยู่ในปางเดียวกับที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทางตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์

-องค์พระ ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำริด 160 ชิ้น

-แท่นบูชา ประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาความสูงเท่าตึก 3 ชั้น ออกแบบตามฐานโครงสร้างที่พบในหอสักการะฟ้าที่วิหารสรวงสวรรค์ (เทียนถาน) ในปักกิ่ง ภายในมีภาพศิลปะจีนโบราณมากมาย รวมถึงประวัติความเป็นมา และที่สำคัญ ที่ประดิษฐสถานพระเขี้ยวแก้ว ของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา

-ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ คืออีกหนึ่งสถานที่ที่เด็กๆ หรือเหล่าผู้ใหญ่หัวใจเด็กยังใฝ่ฝันจะมาให้ได้ซักครั้งเมื่อมาทัวร์ฮ่องกง ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะลันเตา โดยมีรถไฟ MTR เป็นเส้นทางเฉพาะของตัวเอง เรียกว่า MTR Disneyland Resort Line ฮ่องกง ดีสนีย์แลนด์เป็นอาณาจักรสวนสนุกที่ยิ่งใหญ่แห่งใหม่ล่าสุดของโลก ท่านจะได้พบกับเครื่องเล่นอันทันสมัยและสุดสนุกที่สุดแห่งใหม่ของโลก ซึ่งแบ่งออกเป็นโซนต่างๆได้ดังนี้

-Main Street, U.S.A เป็นถนนคนเดินที่จำลองบ้านเรือนของชาวอเมริกัน ประกอบด้วยร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหารมากมาย รถไฟไอน้ำโบราณที่ท่านสามารถนั่งชมรอบสวนสนุก พร้อมขบวนพาเหรดอันที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ท่านจะพบกับตัวการ์ตูนขวัญใจพร้อมถ่ายรูปที่ระลึก

-Tomorrow Land ท่านจะได้สนุกกับเครื่องเล่นแนวโลกอนาคต อันทันสมัย SPACE MOUNNTAIN สุดสนุกจนเป็นตำนานเครื่องเล่นคู่ดีสนีย์แลนด์ทั่วโลก ASTRO BLATERS เครื่องเล่นที่ปกป้องจักรวาลยิงต่อสู้ผู้รุกรานพร้อมเก็บคะแนน Orbitron เครื่องเล่นขับยานอวกาศสุดสนุก พร้อมถ่ายรูปกับเหล่าตัวการ์ตูนดังจากดีสนีย์

-Fantasy Land สนุกกับเมืองเทพนิยาย โดยจะได้พบกับโชว์อันยิ่งใหญ่ตระการตาจากตัวการ์ตูนพระเอก นางเอกของดีสนีย์ที่ท่านชื่นชอบ อาทิเช่น สโนว์ไวท์, เจ้าหญิงนิทรา, ซินเดอเรล่า, มิกกี้เมาท์, หมีพลู และตัวละครอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีปราสาทเจ้าหญิงและจุดถ่ายรูปตามเรื่องราวในเทพนิยายให้ท่านได้เพลิดเพลิน

-Adventure Land ดินแดนแห่งการผจญภัยอันตื่นเต้นในป่าอันน่าสนุกสนาน ผจญภัยกับสัตว์ป่าอันน่าตื่นเต้นนานาชนิด และบ้านต้นไม้ของทาร์ซาน ท่านจะได้พบกับโชว์อันยิ่งใหญ่ตระการตาของเหล่าตัวการ์ตูนในเรื่องไลอ้อน คิงค์ เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีแห่งป่าอันไพเราะพร้อมตื่นเต้นไปกับสายน้ำที่เย็น ฉ่ำ

-Mystic Point โซนใหม่ล่าสุดของ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งหากได้มาทัวร์ฮ่องกงแล้วก็น่าจะลองมาสัมผัสความสนุกสนานตื่นเต้นดูซักครั้ง โดยโซนแห่งนี้ได้เปิดให้บริการวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 ภายในโซนจะประกอบไปด้วยคฤหาสน์ “Mystic Manor” ซึ่งเป็นศูนย์รวมการผจญภัยของโซนใหม่นี้ ห้องอาหาร Explor’s Club Restaurant (ห้องอาหารนานาชาติ) ร้านขายของที่ระลึก : The Archive Shop และ เวทีการแสดง Cultural ambassadorsMystic Point Freight Depot ที่รวมศิลปะการเต้นรำจากหลายๆ ประเทศ ประกอบด้วย Native American(อินเดียนแดง), Egyptian, Bulgarian, Indian และ Mexican

-Grizzly Gulch โซนการจำลองบรรยากาศเหมืองทองในยุคขุดทองในสหรัฐไม่ว่าจะเป็น บ้านเรือน โรงแรม ร้านอาหาร คุก โดยเฉพาะเทือกเขาจำลองใช้เวลาในการแกะสลักด้วยฝีมือมนุษย์ล้วนๆกว่า 2 ปี  พร้อมเครื่องเล่น Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars เป็นรถไฟเหาะตะลุยเหมืองที่เป็นไฮไลท์

-Toy Story Land พบกับ Andy และเพื่อนๆ จากการ์ตูนดัง Toy Storyจากทั้ง 3 ภาค ที่ผู้มาทัวร์ฮ่องกงต่างใฝ่ฝันจะได้มาเจอซักครั้ง พร้อมบรรยากาศของเล่นขนาดยักษ์ที่จะทำให้คุณตัวเท่าของเล่นไปในทันที พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ  เช่น RC Racer รถด่วนความเร็วสูงสุดบนรางรูปตัว U สูง 27 เมตร ที่จะทำให้ ร้องกรี๊ดกร๊าดกันอย่างสนุกสนาน หรือไปโดดร่มจำลองที่มีระดับความสูง 25 เมตร กับ Toy Soldier Parachute Drop

สภาพอากาศ ของฮ่องกงเป็นแบบกึ่งร้อนชื้น ทำให้มีฤดูที่แตกต่างกัน ฤดูมรสุมจะเริ่มจากเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เมื่อไต้ฝุ่นใกล้มาถึง จะมีการประกาศเตือนทางโทรทัศน์และวิทยุ หากมีไต้ฝุ่นระดับ 8 เข้า บริษัทและร้านค้าจะปิดทำการ เที่ยวบินอาจถูกยกเลิก ดังนั้นก่อนไปทัวร์ฮ่องกงจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีก่อนการเดินทาง ภาษาที่ใช้ในฮ่องกงนั้น ใช้เป็นภาษาจีนกวางตุ้งเกือบทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามภาษาอังกฤษก็ยังมีการใช้กันแพร่หลายในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวและย่านธุรกิจ คนขับรถแท็กซี่และพนักงานขายส่วนใหญ่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ สกุลเงิน เป็นฮ่องกงดอลลาร์ (HK$) โดยรููปแบบและสีของธนบัตรจะแตกต่างกันไปตาม ค่าเงิน ของธนบัตร ก่อนจะไปทัวร์ฮ่องกงนั้นจึงควรทำการแปลกเปลี่ยนเงินให้เรียบร้อยเสียก่อน

More Information»
ทัวร์มาเก๊า

ทัวร์มาเก๊า

ทัวร์มาเก๊า

มีนาคม 192014

ชื่อ“มาเก๊า” มีที่มาจาก “อาม่า” อ่าวของ อาม่า หรือ “อา-หม่า-เกา ซึ่งเพี้ยนเสียงมาเป็น “มาเก๊า” ในปัจจุบันมาเก๊าเป็นเขตบริหารพิเศษแห่งสาธารณรัฐประชาชน บนพื้นที่บนชายฝั่งทางใต้ของประเทศจีน ซึ่งถูกปกครองโดยประเทศโปรตุเกสกในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2542 ถือเป็นอาณานิคมของยุโรปที่เก่าแก่ที่สุดในจีน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 อำนาจอธิปไตยเหนือมาเก๊าได้ย้ายไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนในพ.ศ. 2542 กลายเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน

มาเก๊าได้มีบทบาทที่มีอิทธิพลต่อจีน และตะวันตก โดยเฉพาะระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 และคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผู้ที่อาศัยอยู่ในมาเก๊าส่วนใหญ่พูดภาษากวางตุ้งเป็นภาษาแม่ นอกจากนี้ยังมีภาษาอื่นๆ อีก เช่น ภาษาแมนดาริน ภาษาโปรตุเกส และภาษาอังกฤษ  โดยรวมแล้วชาวมาเก๊า หมายถึงผู้ที่พำนักอาศัยถาวรอยู่ในมาเก๊า ส่วนในวงแคบ หมายถึง ชนพื้นเมืองใน มาเก๊าที่สืบทอดมาจากชาวโปรตุเกส มักจะผสมกับชาวจีนและบรรพบุรุษชาติอื่น ๆ นอกจากสิ่งที่เหลือจากประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมแล้ว สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวมาทัวร์มาเก๊าอีกอย่างหนึ่ง คือ อุตสาหกรรมการพนัน และคาสิโน นักพนันจากฮ่องกงมักจะเดินทางวันเดียวไปมาเก๊า โดยมีบริการเรือโดยสารระหว่างมาเก๊า และฮ่องกงทุกวัน

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในมาเก๊านั้นมีมากมายหลายที่ โดยสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาทัวร์มาเก๊าแล้วต้องไป ได้แก่

-The Venetian Macao Resort

โรง แรมเดอะเวเนเชี่ยนหรืออีกชื่อที่ทุกคนรู้จักคือเวนิสตะวันออก ภายในตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์ยุโรปอย่างสวยงามและหรูหรา พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้ความบันเทิง สาเหตุที่ใครต่อใครต้องการมายังที่แห่งนี้นั่นก็เพราะว่า โรงแรมเดอะเวเนเชี่ยนมีคาสิโนที่ใหญ่ ทันสมัย และดีที่สุดในฮ่องเกง อีกทั้งยังมีร้านค้าแบนด์เนมชื่อดังให้เลือกมากมายกว่า 350 ร้าน ภัตตาคารกว่า 30 แห่ง เพื่อลิ้มลองเมนูต่างๆ ที่ท่านชื่นชอบ นอกจากนี้ท่านจะได้ล่องเรือกอนโดล่าท่ามกลางบรรยากาศที่จำลองมาจากเวนิสที่อิตาลี สถาปัตยกรรมเวนิวสตรีทสเคปสีสันสดใส

-เซนาโด้สแควร์ ถือเป็นแหล่งย่านการค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาะมาเก๊า มีร้านค้าและสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย มีร้านค้าปลอดภาษีของเกาะมาเก๊า เสื้อผ้ายี่ห้อดังๆ และเครื่องประดับ ฯลฯ เปิดให้บริการทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน โดยเฉพาะเวลากลางคืนนั้นจะมีการประดับตกแต่งด้วยแสงไฟงดงาม อาคารแถวนั้นสร้างสมัยโปรตุเกสเป็นอาคารสไตร์ยุโรปหลากสีสัน ถนนเดินที่ปูด้วยก้อนหินปูถนนสวยงาม

-ซากโบสถ์เซนต์ปอล ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊า ที่ไม่มาใครหากได้มาทัวร์มาเก๊าแล้วต้องมาเยือนซักครั้ง เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความสวยงาม และยังเป็นมรดกโลกที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกชิ้นหนึ่ง เราจะสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของศิลปะยุโรปท่ามกลางบรรยากาศเอเชียที่แวด ล้อม สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1602 เสร็จในปีค.ศ. 1637 ออกแบบโดยพระนิกายเยซูอิตชาวอิตาเลียนโดยความช่วยเหลือของคริสเตียนชาว ญี่ปุ่น  เป็นโบสถ์คาทอลิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น ปีค.ศ. 1835 เกิดไฟใหม้เริ่มโดยเริ่มจากห้องครัว  ไฟลุกลามจนตัวอาคารโบสถ์พังทลายจนหมด โดยเหลือไว้เพียงแค่ด้านหน้าของตึกที่มีรายละเอียดของสถาปัตยกรรม ส่วนของบันไดทางขึ้น และบางส่วนของกำแพง เท่านั้น เมื่อปี ค.ศ. 1991 ได้มีการบูรณะซ่อมแซม เพื่อให้บริเวณด้านหลังของซากประตูโบสถ์เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาซึ่ง รวบรวมภาพเขียนและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆเอาไว้

-มาเก๊าฟิชเชอร์แมนวาร์ฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แฝงไว้ด้วยหลักการของฮวงจุ้ยในการกำจัดคู่ ต่อสู้  โดยสร้างภูเขาไฟขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คาสิโนแซนด์ที่เป็นคาสิโนคู่แข่ง โดยจะมีการแสดงจุดไฟบนภูเขาไฟ อยู่เป็นช่วงๆ เพื่อเผาความรุ่งเรืองของ คาสิโนแซนด์ แต่ทางคาสิโนแซนด์ก็ได้ทำการสร้าง น้ำพุ ขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นการแก้เรื่องฮวงจุ้ย โดยหลังจากที่มีการจุดไฟที่ภูเขาไฟ ทางคาสิโนแซนด์ก็จะทำการ เปิดน้ำพุขึ้นทันที ฟิชเชอร์ แมนวาร์ฟแห่งนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิง มีทั้งร้านค้า คาสิโน ร้านอาหาร ห้องประชุม ศูนย์การแสดงสินค้า และ มีการจำลอง สนามกีฬาโคลอสเซียมแห่งกรุงโรมโดยเราสามารถเข้าไปเดินเที่ยวชมกันได้ฟรีๆ ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟแห่งนี้ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงบนพื้นที่กว่า 93,000 ตาราง ติดอ่าวนอก โดยแบ่งออกเป็นสามส่วนหลักๆ ได้แก่

-ท่า เรือแห่งตำนาน แห่งนี้มีจุดเด่นที่สไตล์สถาปัตยกรรมยุโรปและละติน คุณสามารถค้นหารสชาติที่แปลกใหม่ที่ไม่แค่สัมผัสมาก่อนด้วยร้านอาหารหลาย หลาก หรือเลือกของขวัญชิ้นพิเศษจากร้านค้าแบรนด์เนมดังที่มีอยู่มากมาย

-ท่าเรือแห่งราชวงศ์ จำลองสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถังออกมาเป็นร้านค้า เพื่อนักช้อปปิ้งโดยเฉพาะ

-ส่วน ตะวันออกพบตะวันตก  เป็นส่วนบันเทิงสำหรับเด็กและบริเวณที่จัดงานฟังก์ชั่น ซึ่งรวมถึงร้านอาหาร ที่จัดการแสดงโชว์ต่างๆ เครื่องเล่นสำหรับครอบครัวที่หลากหลาย โดยตกแต่งให้มีบรรยากาศเข้ากับแบบตะวันออกพบตะวันตก

-วัดอาม่า หรือวัดเจ้าแม่ทับทิม ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เรียกได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองเจ้าแม่มาจู่หรือเทพธิดาแห่งท้องทะเล ซึ่งปกปักรักษาชาวประมงรวมถึงคนเดินเรือในเมือง วัดตั้งอยู่บนหน้าผา มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม  มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมจีนคลาสสิก นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องให้เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2005 บริเวณทางเข้าวัดตรงหัวบันไดประตูจะมีรูปปั้นสิงโตหินอยู่ด้วยกัน 2 ตัว ว่ากันว่าถ้าคนที่ไปได้หมุนลูกแก้วที่อยู่ในปากสิงโตไปทางขวา 3 ครั้ง แล้วอธิษฐานขอสิ่งใด ก็จะได้สมปรารถนา ถือเป็นวัดที่หากชาวไทยเชื้อสายจีนได้มาทัวร์มาเก๊าแล้ว ยังไงก็ต้องมา!!!

-วัดพระโพธิสัตว์กวนอิม ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 600 ปี สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 อีกทั้งยังเป็นสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมือง มีโต๊ะหินที่ใช้เป็นสถานที่ลงนามในสนธิสัญญาทางมิตรภาพระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน เมื่อปีค.ศ.1844 ภายในมีหออายุวัฒนะ ประดิษฐาน “องค์พระศรีอาริยเมตไตรย”  ซึ่งทางพระพุทธศาสนาฝ่ายหินยาน เชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์สถิตอยู่สวรรค์ชั้นดุสิตบำเพ็ญบารมีเพื่อที่จะ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ต่อจากองค์สมณโคดมในอนาคตกาล
เราสามารถตั้งจิตสักการะเพื่อที่จะอธิษฐานถึงบุญกุศลที่เราทำ ให้เราได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์และพบพระศรีอริยเมตไตรยในอนาคต บริเวณหอภายในสุดจะพบหอพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งประดิษฐาน องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมในชุดเจ้าสาวของจีนที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอันงดงาม

-เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้มาเก๊า  เนื่องในโอกาสที่โปรตุเกสส่งมอบเกาะมาเก๊าคืนให้กับจีน ลักษณะขององค์รูปปั้นนี้ เป็นรูปปั้นสีทองที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายพระแม่มารี ประดิษฐานบนฐานดอกบัว ตั้งอยู่ริมทะเล สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ มีความสูง 18 เมตร ภายในฐานรูปปั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงประวัติความเป็นมา รวมไปถึงวัตถุประสงค์ในการสร้าง รูปปั้นองค์เจ้าแม่กวนอิมนี้มีความพิเศษที่บริเวณโดยรอบขององค์เจ้าแม่กวน อิมนี้มีการซ้อนเลข 8 ซึ่งถือว่าเป็นเลขมงคลของชาวจีนไว้ 3 แห่งเพื่อที่จะรอคุณไปค้นหา

-WYNN’S CASINO วีนน์ (Wynn) กลุ่มคาสิโนชื่อดังจากลาสเวกัส ที่มาเปิดสาขาอยู่ในมาเก๊าแหล่งนี้ และเป็นคาสิโนที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆของมาเก๊าด้วย  โดยตั้งอยู่ไม่ห่างจากคาสิโนลิสบัว และ แกรนด์ลิสบัว สามารถเดินถึงกันได้ บริเวณด้านหน้ามีการแสดงน้ำพุเต้นระบำ ที่สุดแสนจะอลังการ คาสิโนแห่งนี้ยังมีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยเช่นกัน ว่ากันว่า บริเวณโดยรอบของสระน้ำที่จัดแสดงน้ำพุเต้นรำ เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีอุดมสมบูรณ์ตลอดไป การแสดงจะมีทุก 15 นาที เริ่มตั้งแต่ 11 โมงเช้าจนถึง เที่ยงคืน แต่ละรอบใช้ 5 นาที นอกจากนี้ภายในโรงแรม ยังมีการแสดง อีกอย่างซึ่งมีทุกครึ่งชั่วโมง คือการแสดง เปิดโลกแห่งความมั่งคั่ง (Tree of Prosperity) เป็นการแสดงประกอบแสงสีเสียง โดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากพื้น เปลี่ยนสีสันไปเรื่อยๆ มีความสวยงามมาก และมีความเชื่อกันว่าหากโยนเหรียญใส่ลงไปบริเวณยอดไม้แล้วตนจะมีความร่ำรวย มั่งคั่งและได้รับโชคลาภ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีต่อรอบ และแสดงทุกๆ 30 นาที ภายในโรงแรมวีนน์แห่งนี้ยังมี คาสิโน ร้านอาหาร และ แหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายแบรนด์ เพื่อรองรับความต้องการของทุกท่าน ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้เองที่ทำให้นักเสี่ยงโชคหากได้มาทัวร์มาเก๊าแล้วก็ต้องแวะมาเยือนให้ได้สักครั้ง

More Information»
ทัวร์จีน

ทัวร์จีน

ทัวร์จีน

มีนาคม 192014

ประเทศจีน หรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออก บนฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่รวมทั้งประเทศกว่า 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและแคนาดา อีกทั้งยังมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่างๆ ถึง 15 ประเทศ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะทัวร์จีนให้ครบได้ในครั้งเดียว

ประเทศจีน มีอำนาจการปกครองเหนือ 22 มณฑล และรัฐบาลจีนยังถือไต้หวัน เป็นมณฑลที่ 23 อีกทั้งยังอ้างสิทธิเหนือเกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้ นอกจากมณฑลแล้ว ยังมีเขตปกครองตนเอง 5 แห่งซึ่งมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มาก เทศบาลนคร 4 แห่งสำหรับเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเขตบริหารพิเศษ ที่จีนเข้าไปปกครอง คือ ฮ่องกง และ มาเก๊า

สภาพภูมิอากาศ มีหลากหลายรูปแบบ โดยลมเหนือจะมีอิทธิพลสูงในฤดูหนาว ในขณะที่ลมใต้จะมีบทบาทในฤดูร้อน ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ซับซ้อน และหลากหลาย ทำให้สามารถแบ่งแถบอิงอุณหภูมิ กับแถบอิงความชื้นของภาคพื้นของประเทศจีนได้ คือแบ่งแถบอิงอุณหภูมิจากภาคใต้ถึงภาคเหนือเป็น แถบเส้นศูนย์สูตร ร้อนชื้น กึ่งร้อนชื้น อบอุ่น และแถบหนาวเย็น และแบ่งแถบอิงความแห้ง – ชื้น จากตะวันออกเฉียงใต้ ถึงตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแถบความชื้นสูง ดังนั้นก่อนจะไปทัวร์จีน จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเราไปยังแถบใด เพื่อที่จะได้ทราบอุณหภูมิที่ถูกต้องในช่วงนั้นๆ

เทศกาลของประเทศจีน นั้นมีหลากหลายเทศกาล ซึ่งเทศกาลก็มีเด่นๆ ที่นำมาแนะนำเป็นตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

-เทศกาลตรุษจีน เป็นวันที่ชาวจีนทั้งโลกต่างรอคอย เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะเริ่มวันที่ 1 เดือน 1 ของจีน ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของปี ก่อนถึงช่วงตรุษจีนผู้มีเชื้อสายจีน จะประดับตกแต่งบ้านเรือน รวมไปถึงทำความสะอาดครั้งใหญ่ เชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีออกไป เมื่อถึงช่วงตรุษจีนบรรดาญาติพี่น้องจะกลับบ้านมารวมตัวกันพร้อมหน้า และร่วมกันกินอาหารที่มีความหมายเป็นมงคล ส่วนสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์จีน คือ วัดหว่องไทซิน หรือหวังต้าเซียน ที่ฮ่องกง เป็นสถานที่ที่ผู้คนจำนวนมากนิยมไปทำบุญขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในวันตรุษจีน เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญ ที่ไต้หวันเองก็มี วัดหลงซันซื่อ หรือวัดเขามังกร ซึ่งเป็นอีกแห่งที่เต็มไปด้วยผู้ศรัทธามาทำบุญต้อนรับวันตรุษจีนเช่นเดียวกัน อีกทั้งกรุงปักกิ่งยังมีการลั่นระฆังทองแดงหนัก 63 ตัน เพื่อต้อนรับวันตรุษจีนที่จะมาถึงด้วย

-เทศกาลโคมไฟ จะมีการจัดฉลอง หลังจากวันตรุษจีนสิ้นสุดลง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นวันหยุดราชการแต่ชาวจีนกลับให้ความสนใจในเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก และจะคึกคักเป็นพิเศษในย่านชนบท โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมโคมไฟที่นำมาประดับประดากันอย่างสวยงามตามท้องถนน ชมการแสดง และการละเล่นหลายชนิด แต่ที่เป็นไฮไลท์เด็ดของเทศกาลนี้ ซึ่งได้รับความสนใจจากคนจำนวนมาก คือ ขบวนพาเหรดที่ตกแต่งด้วยโคมไฟหลากหลายรูปแบบ เช่น มังกร ปลา สัตว์ประจำปีนักษัตร และรูปทรงอื่นๆ อีกมากมาย

-เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง จัดขึ้นทุกๆ ปีในวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจีน เพื่อเป็นการระลึกถึงนักกวีจีนผู้รักชาติ นามว่า ชีหยวน ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ในช่วง 2,000 ปีที่แล้ว เนื่องจากท่านได้ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดแม่น้ำ ในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เนื่องจากถูกพวกขุนนางกังฉินกลั่นแกล้งนั้นเอง ทำให้ทุกวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ชาวบ้านจะพากันออกมากันโยนบ๊ะจ่างลงน้ำ เพื่อระลึกถึงซีหยวน จนกลายเป็นประเพณีไปในที่สุด แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นการนำบ๊ะจ่างมาไหว้แก่ ชีหยวน แทน

-เทศกาลไหว้พระจันทร์ มีการปฏิบัติสืบต่อกันมานับพันปี ทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ในวันนี้นั้นจะเป็นวันที่พระจันทร์ส่องแสงงดงาม และเต็มดวงกลมสวยที่สุด ในอดีตนั้นผู้ชายจะไม่นิยมไหว้พระจันทร์ เนื่องจากชาวจีนเชื่อว่า พระจันทร์ถือเป็นหยินซึ่งเป็นธาตุของผู้หญิง ผู้ชาย ถือเป็นหยาง จึงให้แต่ผู้หญิงเป็นคนไหว้เท่านั้น แต่ในปัจจุบันทั้งผู้หญิง และผู้ชายก็สามารถไหว้พระจันทร์ได้เช่นเดียวกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์จีนในช่วงวันไหว้พระจันทร์สามารถเดินทางไปชมเทศกาลไหว้พระจันทร์แบบยิ่งใหญ่อลังการ ได้ที่ฮ่องกง ซึ่งจะได้พบกับการเฉลิมฉลองด้วยโคมไฟหลากสีสันน้อยใหญ่ และการเชิดมังกรที่น่าตื่นเต้น ซึ่งไม่สามารถหาชมได้จากบ้านเรา

ในอดีต อาหารจีน ถูกปรุงขึ้นด้วยเครื่องครัวพื้นฐานเพียง 4 ชิ้นเท่านั้น คือ เขียง มีด กระทะก้นกลม และตะหลิว แต่กลับสร้างชื่อเสียงไปได้ทั่วโลก โดยชาวจีนประกอบอาหารด้วยการผัดในกระทะไฟแรงเป็นหลัก เพราะเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและทำให้อาหารคงคุณค่าความสดกรอบเอา อีกทั้งอาหารจีนยังต้องถึงพร้อมทั้งสีสัน รสชาติ และหน้าตา มีอาหารอยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่ปรุงอย่างเดียวเดี่ยวๆ โดดๆ สิ่งสำคัญคือส่วนประกอบต่างๆ จะต้องกลมกลืนเข้ากันได้กับเครื่องปรุงรสจำพวกซีอิ้ว กระเทียม ขิง น้ำส้ม น้ำมันงา แป้งถั่วเหลือง และหอมแดง โดยสามารถแบ่งอาหารจีนออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ อาหารเสฉวน อาหารเจียงซู อาหารกวางตุ้ง อาหารซันตง แต่อาหารจีนที่ผู้คนทั่วโลกต่างกล่าวว่ามีรสชาติดี จนต้องยกให้เป็นอันดับ 1 คือ “อาหารกวางตุ้ง”

สกุลเงินของจีน เรียกว่า เงินเหยินหมินปี้ (แปลตามตัวว่าเงินของประชาชน ) หน่วยเงินเรียกว่าหยวน ( yuan ) โดยหนึ่งหยวนมีสิบเจี่ยว ( jiao ) หนึ่งเจี่ยวมีสิบเฟิน ( fen ) ธนบัตรแบ่งออกเป็นใบละ 1 หยวน , 5 เจี่ยว , 1,2 และ 5 เฟิน

More Information»
ทัวร์อียิปต์

ทัวร์อียิปต์

ทัวร์อียิปต์

มีนาคม 182014

ประเทศอียิปต์ เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรมากที่สุด โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย ด้านใต้ติดกับประเทศซูดาน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศอิสราเอล ชายฝั่งทางเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทางตะวันออกติดกับทะเลแดง ประชากรส่วนใหญ่ภายในประเทศจะตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณริม 2 ฝั่งแม่น้ำไนล์ และคลองสุเอซ  พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ คือ ทะเลทรายสะฮาราแต่กลับมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างเบาบาง อียิปต์มีชื่อเสียงในด้านอารยธรรมโบราณ รวมถึงอนุสาวรีย์โบราณที่น่าตื่นตาที่สุดในโลก ได้แก่ พีระมิด อารามคาร์นัค และหุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) ในปัจจุบัน อียิปต์ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของโลกอาหรับ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องการมาทัวร์อียิปต์

ดินแดนอารยธรรมโบราณพันปีแห่งนี้ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อิยิปต์ส่วนใหญ่จะไปชมโบราณสถานตามริมแม่น้ำไนล์ ตลาดเก่าในกรุงไคโรแล้ว ภูเขาในคาบสมุทรซีไนและชายหาดริมทะเลแดงด้วย ส่วนที่เมืองไคโรก็มีสถานที่ที่น่าสนใจเช่นกัน เช่น ปิรามิด สฟิงคส์ที่กีซา (Giza) ปิรามิดขั้นบันไดที่ ซักการา (Saqqara) และยังชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เพื่อศึกษาอิยิปต์โบราณ นอกจากนี้ยังมีการล่องเรือชมโบราณสถานริมฝั่งแม่น้ำไนล์ที่มีอายุกว่า 2,000 – 4,000 ปี เมืองลุกซอร์ (Luxor) ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ผู้มาทัวร์อียิปต์นิยมมาเยือนกัน เนื่องจากเป็นเมืองที่มีวิหารและหุบผากษัตริย์ที่จารึกประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ หากต้องการชมวิวแม่น้ำไนล์ที่มีความสวยงามที่สุด ก็ต้องไปที่เมืองอัสวาน (Aswan) จากนั้นสามารถบินต่อไปยังอาบูซิมเบล (Abu Simbel) ที่อยู่ทางใต้สุดของอียิปต์เพื่อชมวิหารที่มีรูปปั้นขนาดมหึมา ที่มีความอลังการ และความสง่างามรวมอยู่ด้วยกัน

อาหารหลักของชาวอียิปต์ นิยมทานขนมปัง หัวหอม ผักชนิดต่างๆ ปลาแห้ง นอกจากนี้ คนอียิปต์ยังนิยมทานน้ำเชื่อม ซึ่งทำมาจากผลไม้รสหวาน เช่น องุ่น เพื่อให้ได้รสหวาน โดยจะใช้จิ้มกินกับขนมปัง อีกทั้งยังมีการใช้ในน้ำผึ้ง เกลือ กระเทียม หัวหอม ในการปรุงรสให้อร่อยด้วย นอกจากนี้ยังมีการกินโยเกิตย์พร้อมๆ กับเมนูอาหารหลักอีกด้วย ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์นี้ก็มี เนื้อแกะ แพะ และเนื้อวัว

เมื่อต้องการจะไปทัวร์อียิปต์ ควรเตรียมตัวให้พร้อมเนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ในเวลากลางวันและกลางคืนในอียิปต์มีอุณหภูมิแตกต่างกันมาก อียิปต์มีภูมิอากาศแบบ ร้อน แห้ง และอากาศหนาวระดับปานกลาง แบ่งเป็น 4 ฤดู ดังนี้ คือ

-ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) อุณหภูมิ 15-32 °C

-ฤดูร้อน (มิถุนายน -สิงหาคม) อุณหภูมิ 21-43 °C

-ฤดูใบไม่ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิ 19-34 °C

-ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิ 8-20 °C เป็นเดือนที่อาจมีฝนตก แต่ปริมาณน้ำฝนใม่มากนัก เฉลี่ย 42 มม.

เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปทัวร์อียิปต์ ได้แก่ ภาษาทางการ คือ ภาษาอาหรับ นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาอิสลาม  สกุลเงิน เรียกว่า ปอนด์อียิปต์ หรือ Egyptian Pound (LE) โดย 1 ปอนด์อียิปต์ แลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ 4.60 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี

ทัวร์ตุรกี

มีนาคม 182014

ประเทศตุรกี คือ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย โดยมีช่องแคบบอสฟอรัส ทะเลมาร์ มาร่า และช่องแคบดาร์ดาแนลส์ แบ่งขั้นระหว่างตุรกีฝั่งยุโรปและตุรกีฝั่งเอเชีย ตุรกีมีพรมแดนทางด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน มีพรมแดนทางด้านทิศใต้ติดกับอิรักและซีเรีย ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับกรีซ บัลแกเรีย และทะเลอีเจียน ตุรกีตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ เอเซีย และยุโรป ส่วนที่อยู่ในเอเซีย 97% เรียกว่า อนาโตเลีย (Anatolia) และ 3% อยู่ในยุโรป เรียกว่า เทรซ (Thrace) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงมาต่ำจากทางตะวันออกมาตะวันตก มีที่ราบแคบ ๆ บริเวณชายฝั่ง และมีที่ราบสูงเป็นเขตฝั่งของอนาโตเลียตอนกลางของประเทศ ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศคือ น้ำมัน ส่วนฝ้ายและยาสูบเป็นพืชส่งออกสำคัญ

ส่วนเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนมากที่สุดเมื่อไปทัวร์ตุรกี คือ เมืองอันตัลยา มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุดในตุรกี ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ล้อมรอบด้วยภูเขาและท้องทะเลอันงดงาม เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ ที่สามารถพาท่านย้อนกลับไปประมาณ 150 ปีก่อนคริสตกาล ภายในเมืองจะมีการผสมผสานที่ยอดเยี่ยมระหว่างชายหาดที่ สวยงาม และวัฒนธรรมของชาวตุรกี โดยมีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่ง จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ริเวียร่าแห่งตุรกี นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ภายในเมืองมากมาย ได้แก่

-ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ เป็นหอคอยทรงกลมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่น ถือเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง อีกทั้งยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ตุรกีน่าไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองอันตัลยา โดยเมื่อมองลงไปจากหอคอยจะพบกับวิวทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวอันตัลยา

-ประตูเฮเดรียน ถูกสร้างขึ้นตามชื่อของ จักรพรรดิโรมันเฮเดรียน ในช่วงศตวรรษที่ 2 โดยประตูนั้นถูกสร้างขึ้นในรูปแบบทรงโค้ง จำนวน 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของตรุกีอีกด้วย

-สวนสาธารณะคาร่าอะลิออลู เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ประจำเมืองอันตัลยา และยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวยอดนิยม ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อชมความงดงามของอ่าวอันตัลยา รวมไปถึงพื้นที่โดยรอบ

-พิพิธภัณฑ์อันตัลยา คือ พิพิธภัณฑ์โบราณคดี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี ภายในประกอบด้วยห้องจัดนิทรรศการกว่า 13 ห้อง อีกทั้งยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับผลงานศิลปะ ซากฟอสซิลสัตว์ ผลงานโมเสคไบเซนไทน์ รูปปั้น และอื่นๆ อีกมากมาย

-กลุ่มน้ำตกดูเดน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มน้ำตกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยเกิดจากแม่น้ำดูเดน 1 ในแม่น้ำสายสำคัญของประเทศน้ำตกแบ่งออกเป็นจำนานหลายชั้น ซึ่งบางช่วงนั้นมีลักษณะเป็นเหมือนกับลำธารเล็กๆ ซึ่งไหลไปเรื่อยๆ จนไปสิ้นสุดอยู่ที่หน้าผาหินริมทะเล ก่อนจะตกลงไปสูทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนกลายเป็นน้ำตกอีกหนึ่งจุดที่มีความสวยงามมาก

นอกจากเมืองอันตัลยาแล้ว ยังมีสถานที่ที่รอนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์ตุรกี ไปเยือนอยู่ เช่น วิหารเซ็นต์ โซเฟีย, คัปปาโดเจีย, สุเหร่าบลูมอสก์, ช่องแคบบอสฟอรัส, ม้าไม้แห่งกรุงทรอย, โรงละครแห่งเอฟิซุส, ปามัคคาเล่, Golden Horn, ตลาดแกรนด์ บาซาร์, Beyazit Tower, กาลาตา ทาวเวอร์, หอสมุดเซลซุส เป็นต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การไปทัวร์ตุรกีคือ ช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม และเดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนการเล่นสกีในฤดูหนาว คือเดือนธันวาคม-มีนาคม ส่วนการแต่งกายก็ควรแต่งกายตามสภาพอากาศ ควรเตรียมร่มไปในฤดูหนาว เตรียมแว่นกันแดดและหมวกไปในฤดูร้อน การเข้าชมสุเหร่าสำหรับสตรีควรนุ่งห่มเสื้อผ้ามิดชิด ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดขาและแขน ควรเตรียมผ้าคลุมศีรษะไปด้วย ส่วนผู้ชายควรหลีกเลี่ยงการนุ่งกางเกงขาสั้น ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาอิสลาม ภาษาราชการ คือ ภาษาตุรกี แต่ก็ยังมีการใช้ภาษาเยอรมัน และอังกฤษบ้าง สกุลเงินใช้เป็น เงินลีราใหม่ New Turkish Lira (TRY) โดย 1 ลีราใหม่ จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ประมาณ 14.5 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

 

More Information»
ทัวร์จอร์แดน

ทัวร์จอร์แดน

ทัวร์จอร์แดน

มีนาคม 182014

ประเทศจอร์แดน มีชื่อเต็มว่า ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ดินแดนมิตรไมตรี สันติภาพแห่งตะวันออกกลาง ความยิ่งใหญ่ของมรดกโลก จอร์แดนตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทิศเหนือติดกับซีเรีย ทิศตะวันออกติดซาอุดีอาระเบีย ทิศตะวันตกติดกับอิสราเอล ทิศใต้ติดกับทะเลแดง จอร์แดนเป็นประเทศที่เกือบไม่มีทางออกสู่ทะเล มีชายฝั่งทะเลซึ่งไม่ว่าใครที่มาทัวร์จอร์แดนก็ต้องการที่จะไปสัมผัส ชื่อว่า เดดซี ร่วมกับอิสราเอล และดินแดนที่อิสราเอลครอบครอง มีชายฝั่งอ่าวอะกอบาร่วมกับอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และอียิปต์ มีเมืองหลวงชื่อ กรุงอัมมาน (Amman) และมีเมืองสำคัญอีก 3 เมืองได้แก่ เมืองซาร์กา (Zarka) เมืองอีร์บิด (Irbid) และเมืองท่าอะกาบา (Aqaba)

นักท่องเที่ยวที่ได้ไปทัวร์จอร์แดน จะได้สัมผัสถึงพื้นที่อันกว้างใหญ่ของทวีปตะวันออกกลาง อารยธรรมโบราณที่มีความหลากหลาย และยังเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น

- นครเปตรา (PETRA) มหานครหินทรายสีชมพูแกะสลักโบราณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ นครสีดอกกุหลาบ เนื่องจากมีความสวยงาม และมหัศจรรย์เป็นอย่างมากของมหานครแห่งนี้ ภายหลังถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใหม่จากจำนวนประชนกว่าหนึ่งร้อยล้านคนทั่วโลก นครเปตราซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีกับทะเลอัคบาในประเทศจอร์แดน จนกระทั่งถูกค้นพบโดยนักล่าสมบัติชาวสวิส ชื่อ จอห์น ลุควิดซ์ เบอร์คฮาร์ดท์ ปัจจุบันสามารถเดินทางเข้าไปโดยอาศัยม้าเท่านั้น

- กรุงอัมมาน (AMMAN) เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาม และความเป็นมากว่า 6,000 ปี ผสมผสานความลงตัวของอารยะธรรมยุคเก่า และ ความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัว

- ทะเลเดดซี ทะเลในฝันของใครหลายคนที่ครั้งหนึ่งต้องการมาทดลองว่า “ลอยตัว ได้จริง หรือ ไม่”

- นครกรีก โรมันเจอราช ฉายา“เมืองพันเสา”อดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน ชมความสมบูรณ์แบบของศิลปกรรม และ สถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในโลก นอกเหนือจาก กรุงโรม ประเทศอิตาลี

- มาดาบา เมืองแห่งโมเสก ชมโบสถ์เซนต์จอร์จที่บนพื้นโบสถ์มีภาพโมเสกสีชิ้นใหญ่แสดงถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในอดีต

- เมาท์ เนเบิ้ล ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเชื่อว่า โมเสส ผู้นำชาวยิวส์ ผู้ที่รับ “บัญญัติ 10 ประการ” จากพระเจ้า ได้เสียชีวิตลง ณ ที่ แห่งนี้

- หมู่ปราสาทในทะเลทราย 1 ใน 3 มรดกโลกของประเทศจอร์แดน สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพักของกองคาราวาน สถานบันเทิงฯลฯ

- ปราสาทเครัก ปราสาทแห่งนักรับครูเสด ย้อนรอยศึกครูเสด สงครามแห่งศาสนาอันระบือโลกที่รบกันยืดเยื้อกว่า 200 ปี

เรื่องที่ควรรู้เล็กๆ น้อยๆ ก่อนไปทัวร์จอร์แดน สภาพภูมิอากาศ อากาศโดยทั่วไปค่อนข้างแห้งแล้ง มีปริมาณฝนตกน้อย กลางวันมีแดดจัดและอากาศเย็นในเวลากลางคืน อุณหภูมิฤดูร้อนเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส และอุณภูมิฤดูหนาวเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ภาษาทางการ ใช้เป็นภาษาอาหรับ แต่โดยทั่วไปแล้วก็มีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวาง ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาอิสลาม

More Information»
ทัวร์ภูฏาน

ทัวร์ภูฏาน

ทัวร์ภูฏาน

มีนาคม 182014

หากพูดถึงประเทศที่ให้ความสำคัญกับความสุขรวมภายในประเทศ มากกว่าค่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) สมาชิกนักท่องเที่ยวทุกท่านคงจะต้องนึกถึงประเทศภูฏาน หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรภูฏาน เป็นประเทศแรกอย่างแน่นอน ภูฏานเป็นประเทศขนาดเล็ก มีภูเขาเป็นจำนวนมากและไม่มีทางออกสู่ทะเล ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งหลบซ่อนสายตาผู้คนอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างประเทศอินเดียกับจีนกัน ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาทัวร์ภูฏาน จำเป็นต้องใช้บริการจากสายการบินต่างๆ เท่านั้น ชื่อภูฏานในภาษาท้องถิ่นของประเทศคือ ดรุก ยุล แปลว่า “ดินแดนของมังกรสายฟ้า” เนื่องจากที่ภูฏาน มีฟ้าผ่าบ่อย และเสียงสายฟ้าฟาดก็ถือเป็นเสียงของมังกรนั้นเอง

ภูฏานมีเมืองหลวงชื่อว่าทิมพู หรือชื่อทางการว่า ตาชิโชซอง สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเมืองแห่งนี้คือ เป็นเมืองหลวงเพียงเมืองเดียวที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร เพราะเมืองแห่งนี้มีถนนเล็กๆ เพียงไม่กี่สายเท่านั้น โดยใช้ตำรวจจราจรโบกมือให้สัญญาณเท่านั้น ภายในเมืองเป็นที่ตั้งของร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ศิลปหัตถกรรมแฮนดิคราฟท์ ร้านหนังสือห้องสมุดแห่งชาติ ร้านหนังสือเพ็กกัง ร้านศิลปหัตถกรรมเปลจอร์คัง ตลาดซันเดย์ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อีกทั้งยังมีโรงภาพยนต์ไว้คอยให้บริการแก่ผู้ที่สนใจอีกด้วย ห่างออกไปประมาณ 65 กิโลเมตร คือ เมืองพาโร ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์ภูฏานจะไปเยือนทุกคน เนื่องจากซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานเพียงแห่งเดียวของประเทศภูฏาน

นักสะสมแสตมป์ทุกคนย่อมอยากจะไปทัวร์ภูฎานให้ได้ซักครั้ง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีแสตมป์สวยงามแปลกตา แตกต่างจากที่อื่นๆ เช่น แบบสามมิติ แบบลายนูน มีทั้งสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ทรงกลม ให้เลือกซื้อกันไม่ถูกเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี แสตมป์รูปวาดของวอลท์ดีสนีย์ก็มี มิคกี้เมาส์ โดนัลด์ดักซ์ หรือจะเป็นแค่แสตมป์ภาพพื้นเมืองของภูฐานก็มีความสวยงามจนยากที่จะวางลง เรียกว่าถ้าใครชอบสะสมแสตมป์มาที่ภูฐาน แล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน หากต้องการไปเลือกซื้อ ขอแนะนำให้ไปที่ไปรษณีย์จะดีที่สุด เพราะมีแบบให้เลือกมากมายหลายอัลบั้ม  แถมยังเลือกได้ตามสบาย  ส่วนราคาก็ตามที่ระบุในแสตมป์เลย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ ที่ภูฐานก็มีภาพเขียน ซึ่งเป็นศิลปะพื้นเมืองเช่นกัน โดยจะเป็นภาพวาดสีบนพื้นผ้าฝ้าย ที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา เรียกว่า “ทังก้า” ถือเป็นศิลปะชั้นสูงของชาวภูฐาน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนในการวาด อุปกรณ์ แม้กระทั่งน้ำที่ใช้ผสมกับสีธรรมชาติยังต้องใช้เป็นน้ำแร่ ส่วนราคามีตั้งแต่  20-200 เหรียญต่อหนึ่งภาพ นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะที่ออกมาในรูปของหน้ากากไม้ ซึ่งชาวภูฐานให้ความสำคัญกับหน้ากากมาก เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ในการประกอบระบำทางศาสนา  โดยมีทั้งวัสดุที่เป็นไม้ และกระดาษ หากได้ไปทัวร์ภูฏาน ลองเลือกซื้องานศิลปะเหล่านี้สักชิ้นกลับไปเป็นที่ระลึก ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

สิ่งต่างๆ ที่ควรจะรู้ก่อนไปทัวร์ภูฏานได้แก่ ทาคิน สัตว์ประจำชาติ ของประเทศภูฏาน ถือเป็นสัตว์ที่หายากมาก เนื่องจากอาศัยที่ประเทศนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น และตอนนี้ก็อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย ทาคินมีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่ มีเขา ขนตามตัวมีสีดำ มักจะอาศัยอยู่กันเป็นฝูงในป่าโปร่ง บนความสูงกว่า 4,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชอบกินไม้ไผ่เป็นอาหาร อาหารประจำชาติ คือ Ema datshi ประกอบด้วยพริกสด ซอสเนยต้มกับหัวไชเท้า มันหมูและหนังหมู อาหารพื้นบ้านเป็นอาหารเรียบง่าย อาหารหลักเป็นทั้งข้าว บะหมี่ ข้าวโพดเครื่องดื่มมักเป็นชาใส่นมหรือน้ำตาล ในฤดูหนาวนิยมดื่มเหล้าหมักที่ผสมข้าวและไข่ แต่ไม่นิยมสูบบุหรี่ สภาพภูมิอากาศ แต่ละพื้นที่ของภูฏานไม่แตกต่างกันนัก เนื่องจากเป็นประเทศขนาดเล็ก โดยมากเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศแบบเทือกเขา อุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันประมาณ 15 – 25 องศาเซลเซียส กลางคืนประมาณ 5 – 10 องศาเซลเซียส ภาษประจำชาติ คือภาษา ซองคา เขียนด้วย อักษรทิเบต นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาถิ่นที่ต่างไปในแต่ละพื้นที่อีกด้วย เครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้ชายเรียกว่า โฆ ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ ซึ่งภูฏานยังคงรักษารูปแบบทางวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างดี โดยรัฐบาลรณรงค์ได้มีการให้ชาวภูฏานใส่ชุดประจำชาติของตนอย่างต่อเนื่อง ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาพุทธสายวัชรยาน สกุลเงินใช้เป็น นูงล์ตรัม (Ngultrum) อัตราแลกเปลี่ยนจะมีค่าเท่ากับเงินรูปีของประเทศอินเดีย โดย 1 บาท เท่ากับ 1.9 นูงล์ตรัม (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์อินเดีย

ทัวร์อินเดีย

ทัวร์อินเดีย

มีนาคม 152014

ประเทศอินเดีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดีย มีประชากรมากเป็น อันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน ดังนั้น สภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในปัจจุบัน จึงเป็นการผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่ อินเดียเป็นประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู พุทธ และมุสลิม นอกจากนี้วิถีชีวิตของคนอินเดียยังได้รับอิทธิพลความเชื่อ ความศรัทธา จากศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากประชากรอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูนั่นเอง ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้เอง ทำให้มีคนจำนวนมากไปทัวร์อินเดียตลอดทั้งปี

หากได้ไปทัวร์อินเดียก็ไม่น่าที่จะพลาดกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย และยัเป็นศูนย์กลางทางการเมืองของประเทศสถานทูตต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่ประชากรมีรายได้สูงที่สุดในประเทศอินเดียอีกด้วย  อินเดียยังเป็นดินแดนที่ชาวพุทธจะต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต เนื่องเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีความสำคัญต่อชาวพุทธทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยเรียกสถานที่เหล่านั้นว่าสังเวชนียสถานทั้ง 4 อันได้แก่

-ลุมพินีวัน คือสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอุทยานที่น่ารื่นรมย์ อยู่กึ่งกลางรหว่างเมืองเทวทหะ กับกรุงกบิลพัสดุ์ ภายในเป็นที่ตั้งของซากวัดเก่าแก่ สระน้ำที่พระนางสิริมหามายาทรงสนาน, รูปปั้นหินอ่อนตอนพระนางประสูติพระราชโอรส และเสาหินที่พระเจ้าอโศกมหาราชจารึกไว้ว่า เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า และในปี พ.ศ. 2540 สถานที่แห่งนี้ก็ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า”

-พุทธคยา คือสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นต้นที่ 4 นับจากต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ส่วนเจดีย์พุทธคยาที่เห็นนี้ สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ราว พ.ศ. 236 และได้ต่อเติมสมัยพระเจ้าหุวิชกะ กษัตริย์แห่งเมืองมคธ ถือเป็นพุทธสังเวชนียสถานอีกแห่ง ที่มีความสำคัญต่อชาวพุทธทั่วโลก ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการร่วม พุทธ-ฮินดู

-สารนาถ คือสถานที่แสดงปฐมเทศนา ซึ่งพระพุทธองค์ได้แสดงธัมจักรกัปปวัตตนสูตร อันเป็นสูตรแรกที่พระองค์ แสดงเพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ในวันเพ็ญ เดือน 8 นั่นก็คือ วันอาสาฬหบูชา นั้นเอง  ภายในบริเวณยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์ ธัมเมกะสถูป ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราชอีกด้วย

-กุสินารา คือสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และยังเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ โดยหลังจากปรินิพพานแล้ว โทณพราหมณ์ ได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 8 ส่วนตัวกันเพื่อกระจายไปยังที่ต่างๆ ให้ชาวพุทธได้สักการะบูชากัน

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้ก่อนไปทัวร์อินเดีย
- นักท่องเที่ยวสามารถต่อรองราคาสินค้าได้ และแนะนำให้ต่อรองก่อนซื้อสินค้า เพราะว่าคนอินเดียจะไม่มีการโกรธกัน หากสามารถเจรจาได้ราคาที่น่าพอใจแล้วค่อยตัดสินใจซื้อก็ยังไม่สาย

- ควรดื่มแต่น้ำขวดที่มีการบรรจุขวดอย่างดี และไม่ควรรับประทานน้ำแข็งเพราะอาจเสี่ยงต่อการท้องร่วงหรือท้องเสียได้ง่าย ถ้าอยากดื่มน้ำเย็นๆ ควรซื้อน้ำที่แช่เย็นจากตู้แช่

- เมื่อมาทัวร์อินเดียสิ่งที่ห้ามลืมเลยนั่นก็คือ ยาแก้ท้องเสีย เพราะอาหารอินเดียมีเครื่องเทศแรง อาจไม่ถูกท้องคนไทย อีกอย่างที่อยากแนะนำคือ ยาแก้แพ้ (อากาศ) เพราะที่นี่ฝุ่นเยอะมาก อาจทำให้เรามีอาการแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นได้

- อย่าให้เงินหรือสิ่งของแก่ขอทาน เพราะพวกเขาจะตามติด จนสร้างความรำคาญแก่ท่านได้

- สกุลเงิน รูปีอินเดีย (INR) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 รูปี เท่ากับ 1.9 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) บัตรเครดิตที่สามารถใช้ได้ทั่วไปคือบัตร Visa American Express และ Mastercard

More Information»
ทัวร์กัมพูชา

ทัวร์กัมพูชา

ทัวร์กัมพูชา

มีนาคม 142014

ประเทศกัมพูชา มีชื่อเรียกที่เป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา ตั้งอยูที่ใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีพรมแดนทิศตะวันตกติดต่อกับประเทศไทยอีกด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในประเทศเป็นที่ราบ  ซึ่งประกอบด้วยที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง มีทิวเขาล้อมรอบทางเหนือ ได้แก่ เทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาบรรทัด และเทือกเขาอันนัม กัมพูชาถือเป็นประเทศเกษตรกรรม เนื่องจากรายได้หลักของประเทศมาจากข้าว และปศุสัตว์ ส่วนการประมงและป่าไม้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากได้มาที่ดินแดนแห่งนี้แล้วพบว่ามีนาข้าวเขียวขจีกว้างสุดตาจำนวนมาก ซึ่งรอคอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยวทุกท่าน สำหรับสภาพภูมิอากาศมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย โดยในเดือนมกราคมจะมีอุณหภูมิต่ำที่สุด หากไปทัวร์กัมพูชาควรที่จะหลีกเลี่ยงเดือนตุลาคม เนื่องจากเป็นเดือนที่มีฝนตกมากที่สุดนั้นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชาส่วนใหญ่จะมีจุดเด่นทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และโบราณสถาน ที่มีคุณค่าจนไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเงินได้ โดยสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้ เป็นสถานที่ที่ไม่ว่าใครหากได้มาทัวร์กัมพูชาแล้วจะต้องเดินทางไปชมให้ได้ นั้นก็คือ

-มหาปราสาทนครวัด สถาน ที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือนได้ จากประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อเป็นศาสนสถานอุทิศถวายพระวิษณุ ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และสิ่งที่สร้างชื่อให้แก่ปราสาทแห่งนี้ คือ ความยิ่งใหญ่อลังการของตัวปราสาทที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน ไล่ไปตั้งแต่ สะพานนาค คูน้ำรอบรอบตัวปราสาท องค์ปราง  5 ยอด และระเบียงคตที่มีการแกะสลักรูปนางอัปสรา มากกว่า 1000 องค์ โดยแต่ละองค์ จะมีเครื่องแต่งกาย และทรงผมที่ไม่ซ้ำแบบกันเลย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อลองสังเกตดีๆ จะพบว่ามีเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ยิ้มเห็นฟัน

-เมืองพระนครหลวง สร้างขึ้นในช่วงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรขอม ก่อนที่จะค่อยๆ ล่มสลายไปในที่สุด ภายในเมืองประกอบด้วยปราสาทน้อยใหญ่ ลานช้าง ลานพระเจ้าขี้เลื้อน แต่ไฮไลท์เด็ดอยู่ที่ ปราสาทบายน ที่มียอดเป็นพระพักตร์ของ พระอวโลกิเคศวร หันหน้าออก 4  ทิศ รวมทั้งสิ้นกว่า 54 ยอด รวมทั้งหมด 216 หน้า ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่เมื่อได้มาทัวร์กัมพูชาแล้ว ไม่ควรพลาด

-ปราสาทตาพรม  หรือที่เรียกคนทั่วไปเรียกกันว่า ปราสาทฮอลลีวู๊ด เนื่องจากปราสาทแห่งนี้ถูกใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง ทูมเรเดอร์ นั้นเอง ถือว่าเป็นฌบราณสถานที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่ง เนื่องจากมีรากไม้ปกคลุมเกาะเกี่ยวตัวปราสาทไว้ ไม่ให้พังทลายไปตามกาลเวลา ซึ่งเป็นการผสมผสานของสิ่งก่อสร้างจากฝีมือมนุษย์ และธรรมชาติ ที่ผสมผสานกันไว้อย่างลงตัว

-ปราสาทบันทายสรี  ปราสาทที่มีฉายาว่า “รัตนชาติของปราสาทขอม” ซึ่งได้มาจากความสวยงามของศิลปะ ตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีชมพู ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ลวดลายแกะสลักที่สวยงาม และละเอียดละออ เรื่องราวส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับมหากาพย์รามเกียรติ์  ด้วยความโดดเด่นทางด้านศิลปะ และการแกะสลักที่สวยงาม

-กรุงพนมเปญ เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า หน่วยงานราชการต่างๆ และยังเป็นเมืองหลวงของประเทศกัมพูชาอีกด้วย  ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็มี วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตูลสแลงเป็นคุกเก่าที่บอกเล่าเริ่งราวในยุคเขมรแดง พซ่า เทมย ซึ่งเป็นตลาดกลางของชาวเขมร และยังเป็น ท่ารถ ที่จะต่อรถไปยังเมือง เสียมเรียบ อีกด้วย

อาหารของชาวกัมพูชามีความคล้ายคลึงกับของไทยเรา โดยจะนิยมทานข้าวเป็นอาหารหลักเกือบทุกมื้อ แต่ก๋วยเตี๋ยวยังเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยอาหารยอมนิยมที่ไม่ว่าใครได้ไปทัวร์กัมพูชาแล้วต้องหามาทานให้ได้ คือ อาม็อก (Amok) ที่มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยมากนิยมปรุงเนื้อปลาลวกด้วยพริกเครื่องแกง กะทิ ถั่วลิสงอบ ไข่ ห่อด้วยใบตองแล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง บางตำรับอาจใช้เนื้อไก่ หรือหอยแทน

ภาษาทางการ คือ ภาษาเขมร ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม ภาษาไทย และภาษาจีน สกุลเงินใช้เป็น เรียล (Riel) โดย127 เรียล เท่ากับประมาณ 1 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)  ธนบัตรที่พิมพ์ออกใช้ในปัจจุบันนี้มีตั้งแต่ฉบับละ 50 เรียล ถึง 100,000  เรียล

More Information»
ทัวร์ไต้หวัน

ทัวร์ไต้หวัน

ทัวร์ไต้หวัน

มีนาคม 142014

ประเทศไต้หวัน เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก อีกทั้งยังอยู่ใกล้ร่องภูเขาไฟอีกด้วย พื้นที่หลักของประเทศไต้หวันคือ เกาะไต้หวัน และยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยอีก ได้แก่  เกาะเผิงหู (Penghu) เกาะจินเหมิน (Kimmen) เกาะหมาจู่ (Matsu) และเกาะขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง สำหรับเรื่องสภาพภูมิอากาศของที่นี่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแต่อย่างใด เนื่องจากที่นี่มีอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสเท่านั้น ไต้หวันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากสินค้าที่ถูกประทับตรา “Made in Taiwan” ซึ่งส่งออกมากมายนับไม่ถ้วนไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศ ในสายตาชาวต่างชาติกลายเป็นเกาะอุตสาหกรรม แต่แท้จริงแล้วหากได้ไปทัวร์ไต้หวันจะพบว่า ไต้หวันเป็นเกาะที่งดงามที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางด้านทัศนียภาพและ วัฒนธรรมไต้หวันเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไป

นครไทเป เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์ไต้หวันต้องไป เนื่องจากเป็นเมืองหลวง และยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้า วัฒธรรม เศรษกิจ การเมือง  นครไทเปมีการพัฒนาในทุกด้าน เต็มไปด้วยพลังอันมีชีวิตชีวา รูปแบบศิลปะการก่อสร้างก็มากมายสวยงามไม่น้อยกว่าที่ใด ซึ่งมีทั้งรูปแบบศิลปะโบราณ และทันสมัย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดหลงซานที่เหมิงเจี่ย พิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และห้องจิตรกรรม เป็นต้น นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวในนครไทเปแล้ว ก็ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกมากมายภายในประเทศไต้หวัน เช่น อำเภอกาวสวง เมืองไถหนาน อำเภอฮวาเหลียน อำเภออี๋หลาน และเกาะเผิงหู

ตัน ไจ๋ เมี่ยน คือชื่อของอาหารที่เป็นที่นิยมอย่างมากในไต้หวัน หากจะเปรียบก็คงจะเหมือนกับราเม็งของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว สิ่งที่พิเศษในตันไจ๋เมี่ยนนั้นคือ น้ำซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมที่ผ่านการเคี่ยวเป็นเวลานาน จากซี่โครงหมูที่ผ่านคัดสรรมาเป็นอย่างดี บวกกับเส้นที่นวดจากแป้งอย่างพิถีพิถัน ทานกับเครื่องปรุงและส่วนผสมที่หลากหลาย กลายเป็นบะหมี่ รสเลิศที่หากได้ไปทัวร์ไต้หวันแล้ว ก็ไม่ควรที่จะพลาดด้วยประการทั้งปวง

สำหรับในเรื่องของภาษา ที่ไต้หวันจะใช้ภาษาจีนกลาง ( แมนดาริน) เป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ยังมีภาษาจีนฮกเกี้ยน ( หมิ่นหนาน) และภาษาจีนแคะ ( ฮักกา ) ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายที่ไต้หวัน นอกจากนี้ผู้สูงวัยบางส่วนยังสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้อีกด้วย สกุลเงินใช้เป็นสกุลเงิน ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (TWD) โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 1 TWD = 1 BAHT (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์บาหลี

ทัวร์บาหลี

ทัวร์บาหลี

มีนาคม 132014

บาหลี เป็นหนึ่งในจังหวัดของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการท่องท่องมาก ถือเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับรางวัลในด้านการท่องเที่ยวมาโดยตลอด เนื่องจากมีทั้งชายฝั่งทะเลที่สวยงาม นาข้าวที่เขียวชะอุ่มลาดไปตามทางเป็นขั้น ภูเขาไฟตามไหล่เขา และสิ่งก่อสร้างที่ทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวจากอดีต ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ ได้สรรค์สร้างทัศนียภาพที่มีฉากหลังอันเป็นสีสันแห่งความงดงาม จิตวิญญาณที่แสนลึกซึ้ง และความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมฮินดู มากไปกว่านั้นผู้คนในประเทศยังมีความเป็นกันเองต่อแขกผู้มาเยือน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีนักท่องเที่ยวมาทัวร์บาหลีอย่างล้นหลามในทุกๆ ปี

หากได้มาทัวร์บาหลีจะพบว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก เช่น วัดและวัง ซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงามและขาวสะอาด รวมทั้งผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้บาหลีกลายเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้

-บุโรพุธโธ สิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสร้างด้วยหินภูเขาไฟขนาดใหญ่มหึมา ความสูงกว่า 42 เมตร มีทั้งหมด 10 ชั้น  ซึ่งแต่ละชั้นจะมีภาพสลักนูนต่ำที่แสดงถึงคติธรรมทางพุทธศาสนา รูปทรงภายนอกเป็นรูปทรงดอกบัวอันเป็นสัญลักษณ์ชองพุทธศาสนา ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์  โบราณสถานแห่งนี้และบริเวณรอบๆ เป็นที่ลุ่มและถูกล้อมรอบด้วยน้ำที่ท่วมมาจากแม่น้ำโปรโก (Progo River) ทำให้เจดีย์โบราณบุโรพุทโธเป็นเสมือนดอกบัวลอยอยู่ในน้ำ ทั้งยังถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย

-ภูเขาไฟบาตูร์ ภูเขาไฟซึ่งเกิดการระเบิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1963 แต่ยังดับไม่สนิทมีความสูงประมาณ 1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปากกล่องมีเส้นผ่าศูนย์กลากว่า 11 กิโลเมตร และลึกกว่า 180 เมตร นอกจากนี้จะถูกยกย่องให้เป็นภูเขาเทพเจ้าแห่งไฟด้วย

-ทะเลสาบบาตรู คือ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี  เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากเทวีดานู (Dewi Danu) เจ้าหญิงแห่งทะเลสาบ สถิตย์อยู่ที่ทะเลสาบแห่งนี้ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทะเลสาบเกิดจากตาน้ำ 11 แห่งรวมกัน แต่กลับไม่ทางให้น้ำไหลออกเลย  เขื่อกันว่าน้ำในทะเลสาบซึมผ่านชั้นดิน กลายไปเป็นน้ำพุที่ปรากฏในแหล่งอื่นของเกาะ อย่างไรก็ดีทะเลสาบแห่งนี้มีจุดชมวิวที่สวยๆ หลายแห่งซึ่งสามารถมองเห็นปากปล่องภูเขาไฟได้ด้วย

-ธีร์ตะอัมปุล สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของราชวงศ์กษัตริย์เท่านั้น

-วัดพรามนันต์ อีกอย่างหนึ่งว่า โลโรจงกรัง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 1991 เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยชวาภาคกลาง ราว ค.ศ.ที่ 10 ว่ากันว่าโลโรกรังเป็นเจ้าหญิงแสนงาม จึงมียักษ์มาขอแต่งงาน แต่เจ้าหญิงไม่กล้าปฏิเสธ จึงออกอุบายให้ยักษ์สร้างจันทิให้ได้ 1 พันหลังถึงจะแต่งงานด้วย ยักษ์จึงใช้เวทมนตร์สร้างจันทิจนเกือบจะเสร็จสิ้น ส่วนเจ้าหญิงก็ใช้เวทมนตร์ทำลายจันทิเหล่านั้น เพราะไม่ต้องการแต่งงานด้วย ทำให้ยักษ์โกรธจึงสาปเจ้าหญิงให้กลายเป็นหิน แล้วนำรูปมาทำประติมากรรมประดิษฐานอยู่ในวัดแห่งนี้แห่งนี้

-วังสุลต่าน เป็นพระราชวังที่มีความสวยสดงดงาม ตัวอาคารเป็นคอนกรีตกึ่งไม้ 2 ชั้น สถาปัตยกรรมทรงปั้นหยาผสมตะวันตก ตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมบนคาบสมุทรมาลายูที่ผ่านการเป็นอานานิคมของฝรั่ง ภายในเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่า เครื่องใช้ต่างๆ ของกษัตริย์ และเครื่องบรรณาการต่างๆ ห้องเก็บโบราณวัตถุ สิ่งล้ำค่าสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และของมีค่าจากอารยะธรรมชวา ที่มีความเป็นมาน่าศึกษา

-ถนนมาริโอโบโร่  ถนนที่มีสีสันงดงามซึ่งแปลกไปจากถนนธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมโรงแรมที่พักของบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีอีกด้วย ใกล้ๆ กันถนนเส้นนี้ยังเป็นที่ตั้งของวังสุลต่าน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถนั่งรถไปเยี่ยมชม หรือเดินไปก็ได้ เนื่องจากมีระยะห่างเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น

-ปุระทามันอายุน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ถือ เป็นวัดหลวง และยังเคยเป็นวังแห่งเม็งวีมาก่อน บริเวณโดยรอบถูกล้อมด้วยคูน้ำ และสวนที่จัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม บริเวณใจกลางของวัด คือที่รวมของศาลบูชา หลังคาซ้อนหลายชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของบาหลี จำนวนมากมายหลายสิบหลัง ให้ภาพที่งดงามยิ่งนัก

-เทือกเขาเบดูกัล เป็นบริเวณที่มีอากาศจึงเย็นสบายกว่าเขตอื่นๆ เนื่องจากเป็นบริเวณภูเขา ทำให้มีการเพาะปลูกผลไม้เมืองหนาวกันเป็นจำนวนมากที่บริเวณนี้ หากไปที่ตลาดจะพบว่ามีผลไม้เมืองหนาวสดๆ วางขายเป็นจำนวนมาก ในราคาย่อมเยา ให้นักท่องเที่ยวที่ไปทัวบาลีได้ชอปปิ้งกันอย่างมันมือเลยทีเดียว

-วัดทานาห์ลอต หรือ วัดปุรา ตานะห์ ล็อต เป็น 1 ใน 7 วัด ที่ถูกสร้างริมชายฝั่งทะเลของเกาะบาหลี และยังเป็นวัดที่มีชื่อเสียง จนเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปมากที่สุดในบาหลี วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15-16 โดยนักบวชฮินดูชื่อ ดังฮยัง นิราร์ธา (Danghyang Nirartha) เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล

หากต้องการไปทัวร์บาหลีควรที่จะต้องเช็คสภาพภูมิอากาศด้วยเนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมจะมีลมมรสุมประจำปีที่ทำให้เกิดลมและฝนได้ อุณหภูมิของเกาะบาหลีนั้นค่อนข้างคงที่ อยู่ที่ประมาณ 26 องศาเซลเซียส ส่วนอากาศบริเวณภูเขาจะเย็นกว่าอากาศบริเวณชายทะเลประมาณ 5 องศาเซลเซียส

More Information»
ทัวร์อินโดนีเซีย

ทัวร์อินโดนีเซีย

ทัวร์อินโดนีเซี

มีนาคม 132014

อินโดนีเซียประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยกว่า 17,508 เกาะ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนคือ หมู่เกาะซุนดาใหญ่ หมู่เกาะซุนดาน้อย หมู่เกาะมาลุกุ และอีเรียนจายา เมืองหลวง คือ จาการ์ตา ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองจาการ์ตาที่เรียกได้ว่า หากมาทัวร์อินโดนีเซียแล้วต้องไป คือ

-หมู่เกาะพันเกาะ (Kepulauan Seribu) ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่งดงามน่าทึ่งซึ่ง และยังมีหมู่เกาะขนาดเล็กอันเป็นที่ตั้งของแนวปะการังที่งดงามตระการตาโดยสามารถเดินทางไปสัมผัสได้ไม่ยากจากตัวเมือง

-เมืองเก่า (Kota Tua) นักเที่ยวจะได้พบกับนักดนตรีข้างทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ลิ้มรสอาหารอร่อยข้างถนน และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จาการ์ตาในยุคอาณานิคมของชาวดัตช์

-Ancol Dreamland เขตที่รวมสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น สวนสนุก ท่าเรือ สนามกอล์ฟ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดมหึมา สระว่ายน้ำ การแสดงของสัตว์ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย

-จัตุรัสแห่งเสรีภาพ (Medan Merdeka)  คือ สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดในจาการ์ตา สร้างขึ้นเพื่อเป็นสื่อแทนความภาคภูมิใจของชนชาติอินโดนีเซีย

ที่ได้แนะนำไปเป็นเพียงแค่สถานที่ที่น่าสนใจแค่ในเมืองหลวงเท่านั้น อินโดนีเซียยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายซึ่งแฝงตัวอยู่ในเกาะน้อยใหญ่ของประเทศนี้ โดยสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาทัวร์อินโดนีเซีย แล้วนิยมไปอันดับต้นๆ ได้แก่

-เกาะบาหลี (Bali) เกาะที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับรางวัลในด้านการท่องเที่ยวมาโดยตลอด

-วัดบุโรพุทโธ (Borobudur) คือวัดแห่งศาสนาพุทธที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก สร้างโดยใช้อิฐบล็อคประมาณ 2 ล้านก้อน สถานที่ศักสิทธิ์แห่งนี้จึงมีขนาดใหญ่มหึมา

-อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park) ประกอบด้วยเกาะใหญ่ๆ 3 เกาะ คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา และเกาะปาดาร์ ภายในเกาะแต่ละเกาะจะเต็มไปด้วยมังกรโคโมโด สัตว์ประจำชาติของอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นกิ้งก่าที่ใหญ่และหนักในโลก

-เกาะกีลี (Gili Islands) เกาะสำหรับพักผ่อนอีกแห่ง ที่นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินโดนีเซียนิยมมา เนื่องจากมีวิวทิวทัศที่สวยงาม ประกอบกับหาดทรายสีขาว และบรรยากาศที่เงียบสงบ

-โทราจาแลนด์ (Torajaland) ประกอบด้วยบ้านลักษณะแปลกตาของชาวโทราจา ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน

-บูนาเคน (Bunaken) หากเป็นผู้ที่รักในท้องทะเลอย่างแท้จริง จะต้องมาเยือนบูนาเคนสักครั้งในชีวิต เนื่องจากเป็นบริเวณที่เหมาะกับการดำน้ำมากที่สุดในอินโดนิเซีย และยังเป็นที่อาศัยของปลาสวยงามกว่า 70 สายพันธ์

-ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ อีกทั้งยังเป็นภูเขาที่มีผู้คนรู้จักเป็นจำนวนมาก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกแห่ง

-หุบเขาบาเลียม (Baliem Valley) เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1938 โดยนักบินลาดตะเวนจากฮอลแลนเดีย ในทุก ๆ วันจะก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของชนพื้นเมือง

-อุทยานทันจัง พูทิง (Tanjung Puting) ผู้ที่มาเยือนอุทยานแห่งนี้จะได้ชื่นชมชีวิตของสัตว์ป่าและเข้าชมศูนย์วิจัยต่าง ๆ แต่สิ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดของทีนี้ก็คือ เจ้าลิงอุรังอุตัง ที่ไม่มีใครก็จะต้องหลงรัก

-วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็น 1 ในวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณหลังวัดแห่งนี้ ซึ่งมีความสวยงามจนยากจะอธิบาย

-เกาะสุลาเวสี (Sulawesi) ชาวเมืองสุลาเวสีขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความสามารถทางด้านงานศิลปะต่าง ๆ เช่น เครื่องปั้นดินเผา การทอผ้าและการเต้นรำแต่ที่สุดยอดที่สุดน่าจะเป็นการทอผ้าที่ต้องอาศัยความประณีตเป็นอย่างมาก

สำหรับเรื่องอาหาร นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินโดนีเซียสามารถหาทานได้หลากหลายประเภท อีกทั้งอาหารอินโดนีเซียยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเน้นไปที่การปรุงด้วยเครื่องเทศ และมักใช้กะทิเป็นส่วนประกอบ อาหารที่น่าสนใจ ได้แก่ นะซี โกเรง (ข้าวผัด) บะบี้ กุลิง (หมูหัน)  เบอเบตู เบเบค (เป็ดย่างห่อใบตอง)  โอปอร์ อะยัม (ไก่เคี่ยวในน้ำกะทิ) โสโต อะยัม (ก๋วยเตี๋ยวไก่น้ำข้น) บัคโส (ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส) ซะเต (หมู ไก่ สะเต๊ะ) กาโด กาโด (ผักนึ่ง พร้อมน้ำจิ้ม) เซมบัล (น้ำพริก) เป็นต้น

ส่วนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องรู้ก่อนไปทัวร์อินโดนีเซีย คือ ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ไม่ควรใช้มือซ้ายส่ง หรือรับสิ่งของจากผู้อื่น พยามยามหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วชี้ทำการชี้ไปที่คนและสิ่งของ อาจใช้นิ้วโป้ง หรือชี้ไปทั้งมือแทน กระแสไฟฟ้าที่บ้านเค้าเหมือนกับเรา แต่ควรซื้อปลั๊กแปลงไป เนื่องเป็นปลั๊กแบบขากลมสองขา ภาษาที่ใช้เป็นภาษาราชการ คือ ภาษาเขมร ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย สกุลเงินใช้เป็น รูเปียห์ (Rp) แบ่งเป็นเหรียญตั้งแต่ 25 จนถึง 1,000 รูเปียห์ และธนบัตรตั้งแต่ 100 ถึง 100,000 รูเปียห์ โดย 1 บาท สามารถแลกได้ประมาณ 350 รูเปียห์ (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) เครดิตการ์ดสามารถใช้ได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ส่วนการจ่ายค่าแท็กซี่หรือซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ควรพกเศษเงินไว้บ้าง เนื่องจากส่วนมากมักจะไม่ค่อยมีเงินทอน

More Information»
ทัวร์มาเลเชีย

ทัวร์มาเลเชีย

ทัวร์มาเลเชีย

มีนาคม 122014

ประเทศมาเลเชีย อยู่บริเวณใจกลางพอดิบพอดีของทวีปเอเชีย โดยมีดินแดนแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่มาเลเซีย ตะวันตก ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายู และมาเลเซีย ตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว มาเลเซียอยู่ในเขตร้อนชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 27 องศาเซลเซียส  มีฤดูมรสุม 2 ช่วง คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และ ระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม  หากต้องการไปทัวร์มาเลเชียก็น่าจะเลี่ยง 2 ช่วงนี้ไว้ เพราะคงไม่มีใครอยากตากฝนไปเที่ยวไปอย่างแน่นอน มาเลเซียยังเป็นแหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน ประชากรมาจากหลายเชื้อชาติ ประกอบด้วยชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศมาเลเชียมีมากมายหลากหลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความน่าสนใจในตัวเอง ตัวอย่างเช่น

-จอร์จทาวน์ เมืองที่มีบ้านเรือนสมัยโคโลเนียลจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเอเชียกับยุโรป

-จัตุรัสเมอร์เดก้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาธงที่สูงที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของประเทศมาเลเชีย

-อาคารสุลต่านอับดุลซาหมัด ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาเลเซีย เป็นสถาปัตยกรรมแบบมูริสอินเดียผสมผสานกับศิลปะแบบอาหรับ

-เก็นติ้ง สกายเวย์ กระเช้าลอยฟ้าระบบโมโนเคเบิลคาร์ที่เร็วที่สุดในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้

-โรงแรมเฟิร์สเวิลด์ โรงแรมสีสันสดใสที่เคยมีจำนวนห้องพักมากเป็นอันดับ 1 ในโลก

-เมืองปุตราจายา เมืองโครงการนำร่องทางด้านไอทีที่มีความทันสมัยที่สุดภายในศตวรรษที่ 21

สำหรับขาชอปก็ไม่ต้องน้อยใจไป เนื่องจากมาเลเซียถือเป็นสวรรค์ของการชอปปิ้งแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีร้านค้า และศูนย์รวมการชอปปิ้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ แม้กระทั่งยามค่ำคืนก็เต็มไปด้วยแสง สี เสียง น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งพบเห็นได้ตลอดบริเวณสองข้างถนน และ Night Market ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ที่ขายสินค้าราคาถูกและอาหารรสชาติถูกปากราคาถูกใจ ส่วนเมืองยอดนิยมที่เหมาะกับการชอปปิ้งได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ มะละกา และปีนัง ด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้เองที่ทำให้ขาชอปจากทั่วโลกหลั่งไหลมาทัวร์มาเลเชียอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องที่ควรรู้เมื่อไปทัวร์มาเลเชีย คือ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ดังนั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นเรื่องต้องห้าม และถือว่ามีความผิดซึ่งต้องได้รับโทษ ในพื้นที่บางส่วนของประเทศ นอกจากนี้การใช้นิ้วชี้ไปยังสถานที่ สิ่งของ หรือคน ถือเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพ ในมาเลเซียจะใช้นิ้วโป้งด้านขวาชี้แทนและกำนิ้วที่เหลือไว้กับฝ่ามือ ภาษาที่ใช้ในราชการ คือ ภาษามาเลย์ นอกจากนี้มีการใช้ภาษาอังกฤษ จีน และทมิฬ สกุลเงินที่ใช้เป็นริงกิตมาเลเซีย โดย 1 ริงกิต เท่ากับ 10 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม

มีนาคม 122014

ประเทศเวียดนาม มีรูปร่างลักษณะประเทศคล้ายกับตัว S ทอดตัวยาวตามแหลมอินโดจีน พรมแดนของประเทศเวียดเนียมติดกับประเทศทั้งหมดถึง 3 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา และสปป.ลาว มีเมืองหลวงที่เก่าแก่ชื่อว่า “ฮานอย” ในด้านภูมิอากาศมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแผ่นดินของเวียดนามมีความยาวมาก ทำให้มีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ฉะนั้นหากต้องการไปทัวร์เวียดนามควรศึกษาให้ดีก่อนว่าไปที่ภาคไหน และช่วงเวลาใด ตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาทัวร์เวียดนาม เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ ป่าไม้ ขุนเขา และเมืองต่างๆ ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศเอง และต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศษ สหรัฐอเมริกา โดยสถานที่ที่น่าสนใจในเวียดนามมีดังต่อไปนี้

-ดานัง เมืองท่าสำคัญของเวียดนามกลางตอนใต้

-ฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม

-เดียนเบียนฟู เมืองที่เคยเป็นสมรภูมิรบเดียนเบียนฟูระหว่างฝรั่งเศส และเวียดมินห์

-ซาปา เมืองชายแดนตอนเหนือ มีจุดเด่นคือมีการทำนาขั้นบันไดจำนวนมาก ทำให้มีภูมิทัศน์สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว

-เมืองเว้ มีความเงียบสงบและน่าค้นหา ภายในเมืองประกอบด้วย ป้อมปราการ พระราชวังหลวง และสุสานจักรพรรดิ หมู่โบราณสถาน ซึ่งรับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม

-นครโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ในอดีตเคยเป็นเมืองในการปกครองของเขมรมาก่อน

-อ่าวฮาลอง มีเกาะหินปูน จำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล มีวิวทิวทัศที่สวยงาม

-ถ้ำฟองยา เป็นถ้ำอันดับหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการได้แก่ น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำสูงที่สุด ยาวที่สุด และกว้างที่สุด

-พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ คือ สถานที่บอกเล่าเรื่องราวตลอดชีวิตที่ ผ่านมาของรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จนมาสิ้นสุดที่ชัยชนะในการรวบรวมเวียดนามให้เป็นหนึ่ง

-เมืองฮอยอัน เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เนื่องจากมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการแสดงที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ชาติ ซึ่งความน่าสนใจมาก จนสามารถพูดได้ว่านักท่องเที่ยวทุกคนที่มาทัวร์เวียดนามย่อมอยากจะชมการแสดงนี้ นั้นคือการแสดง หุ่นกระบอกน้ำ ที่เมืองฮานอย ในโรงละครริมทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม สิ่งสำคัญของการเชิดหุ่นกระบอกน้ำ คือ ต้องไม่ให้เห็นไม้บังคับหุ่น จึงทำให้ดูเหมือนหุ่นมีลีลาของตนเอง โดยผู้เชิดอยู่หลังมู่ลี่ไม้ไผ่ที่มีการพรางไว้ตัวหุ่นเชิดจะอยู่ที่ปลายไม้ที่ยาวพอที่จะยื่นออกมานอกฉากที่ผู้เชิดบังคับ มีกลไกบังคับมือหรืออวัยวะของหุ่นที่ทำจากไม้ฉำฉาที่มีน้ำหนักเบา และลอยตัวเมื่ออยู่ในน้ำ

หากต้องการไปทัวร์เวียดนาม การเตรียมตัวเรื่องภาษาและสกุลเงินก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยภาษาทางการใช้เป็น ภาษาเวียดนาม ส่วนภาษาที่ใช้ในการติดต่อธุรกิจจะเป็น ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน สกุลเงินใช้เป็น ดอง อัตราแลกเปลี่ยน 650 ดอง ต่อ 1 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์สิงคโปร์

ทัวร์สิงคโปร์

ทัวร์สิงคโปร์

มีนาคม 122014

ประเทศสิงคโปร์ เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีเกาะขนาดจิ๋วล้อมรอบอีก 63 เกาะ ตั้งอยู่ปลายสุดแหลมมาลายู มีดอก Vanda Miss Joaquim เป็นดอกไม้ประจำชาติ แม้ว่าจะมีพื้นที่ไม่มากแต่กลับมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของโลก สิงคโปร์มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว รัฐบาลจึงช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทั้งการเข้าประเทศ และความปลอดภัยภายในเมือง ในเรื่องของสภาพอากาศสิงคโปร์มีสภาพภูมิอากาศคงที่ มีอุณหภูมิสม่ำเสมอและมีฝนตกชุก ด้วยความที่สิงคโปร์มีภูมิอากาศที่คงที่ จึงเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทัวร์สิงคโปร์ตลอดปี โดยอุณหภูมิ จะอยู่ระหว่าง 22 ถึง 34 องศาเซลเซียส ในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม จัดเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เป็นช่วงที่มีความชื้นสูง

หากได้มาทัวร์สิงคโปร์จะพบว่าเกาะแห่งนี้มีบรรยายกาศที่ผ่อนคลาย สะอาดสะอ้าน อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ถึงแม้จะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากเหมือนประเทศอื่นๆ แต่ก็มีฐานะทางเศรษฐกิจดี จึงไม่มีทัวร์สิงคโปร์แบบท่องขุนเขาที่มีวิวทิวทัศกว้างสุดตา ส่วนสถานที่ที่ไม่ควรจะพลาดเมื่อได้มาทัวร์สิงคโปร์ คือ

-มาริน่า เบย์ (Marina Bay)

-มาริน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands)

-คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay)

-ออชาร์ด (Orchard)

-วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple)

-วัดพระเขี้ยวแก้ว (Tooth Relic Buddha Temple)

-วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kwan Im Thong Hood Cho Temple)

-วัดเซียนฮกเก๋ง (Thian Hock Keng Temple)

-ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio)

-พูเลา อูบิน (Pulau Ubin)

อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ คือ ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ ที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากมีสัมผัสจากเนื้อไก่ที่นุ่มนวล ผสมผสานกับน้ำจิ้มรสเด็ดซึ่งคลุกเคล้ากันอยู่ภายในปาก ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่างไม่เหมือนใคร หากได้มาเยือนสิงคโปร์แล้วไม่ได้รับประทาน คงบอกได้คำเดียวว่า ‘น่าเสียดาย’

สกุลเงินที่ใช้กันภายในประเทศสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (GSD) และ เซ็นต์ โดยธนบัตรสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 ดอลลาร์ ส่วนเงินสกุลอื่นๆ ซึ่งสามารถใช้ในการชอปปิ้งได้ ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์ออสเตรเลีย  เยน หรือ เงินปอนด์ รู้อย่างงี้แล้วหากไปทัวร์สิงคโปรควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อที่จะได้เที่ยวอย่างมีความสุข และสนุกสนาน

More Information»
ทัวร์พม่า

ทัวร์พม่า

ทัวร์พม่า

มีนาคม 102014

ประเทศพม่าในตอนนี้กำลังเร่งการพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคและเครือข่ายคมนาคมเพื่อการเชื่อมต่อทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟความเร็วสูง ถนนต่างๆ และท่าเรือ เพื่อรองรับความต้องการ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และต้องการให้ชาวต่างชาติมาทัวร์พม่ามายิ่งขึ้น ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในประเทศมีหลายเผ่าพันธุ์ โดยเผ่าพันธุ์เก่าแก่ที่สุดที่ปรากฏ ได้แก่ มอญ ภายหลังชาวพม่าได้อพยพลงมาจากบริเวณพรมแดนระหว่างจีนและทิเบต เข้าสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี และได้กลายเป็นชนเผ่าส่วนใหญ่ที่ปกครองประเทศในเวลาต่อมา ชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง เรียกว่า ลองยี ส่วนการแต่งกายแบบโบราณเรียกว่า ลุนตยาอชิ

myanmar

ประเทศพม่ามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและซับซ้อน ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ได้แก่ จีน อินเดีย บังกลาเทศลาว และไทย อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลทั้งจากจีน อินเดีย และไทย มาช้านาน สะท้อนออกมาให้เห็นในด้านภาษา ดนตรี และอาหาร สำหรับศิลปะของพม่านั้นได้รับอิทธิพลจากวรรณคดีและพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท มาตั้งแต่ครั้งโบราณ จากเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพม่าข้างต้น นั้นสะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมที่สะสมมาแต่เนิ่นนาน ผ่านมาถึง 7 ยุคสมัย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละที่นั้นหากได้ไปทัวร์พม่าแล้วไม่น่าจะพลาดสถานที่เด่นๆ ตามเมืองต่างๆ ดังนี้

myanmar2

-มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง (Shwedagon Pagoda, Yangon)

พระมัยมุนี1

-พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์ (The Mahamuni Buddha, Mandalay)

myanmar11

- พระธาตุอินทร์แขวน เมืองไจ้ก์โถ่ รัฐมอญ (Golden Rock-Kyaikhtiyo, Kyaikhtiyo, Mon)

ชเวมอดอร์

- เจดีย์ชเวมอร์ดอร์ หรือพระธาตุมุเตา เมืองหงสาวดี (Shwemawdaw Pagoda, Bago)

เจดีย์ชเวซีกอง

- มหาเจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม (Shwezigon Pagoda, Bagan)

การเดินทางไปทัวร์พม่านั้น แนะนำว่าให้ไปช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 21-28 องศาเซลเซียส ส่วนเงินจะใช้เป็นสกุลจ๊าด ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 1 บาท ต่อ 30 จ๊าด (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557)

More Information»
ทัวร์ญี่ปุ่น
มีนาคม 82014

ทัวร์ญี่ปุ่น

ไม่ว่าใครก็อยากจะลองไปทัวร์ดูสักซักครั้ง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไฮเทค อาหารที่ชวนให้ลิ้มลอง และประเพณีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ก่อนที่จะไปทัวร์ญี่ปุ่นเรามาทำความรู้จักประเทศนี้กันก่อนดีกว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นหมู่เกาะ ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และชิโกกุ ตามลำดับ ญี่ปุ่นตั้งอยู่ที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นคั่นกลาง ทางทิศเหนือติดกับประเทศรัสเซีย ซึ่งมีทะเลโอฮอส์คเป็นเส้นแบ่งแดน  เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ ที่นักเที่ยวท่องเมื่อมาทัวร์ญี่ปุ่นแล้วต้องอยากไป คือ ภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วย เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น คือ โตเกียว ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากผู้มาทัวร์ญี่ปุ่น

แหล่งท่องเที่ยว

ในประเทศญี่ปุ่น สามารถแบ่งออกได้เป็นทัวร์ญี่ปุ่นตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการมาทัวร์ญี่ปุ่นนั่นเอง

-ทัวร์ญี่ปุ่นภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด) เช่น ซัปโปโร ฮะโกะดะเตะ โอะตะรุ อะซะฮิกะวะ ฟุระโนะ ฯลฯ
-ทัวร์ญี่ปุ่นภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โทโฮะกุ) เช่น เซนได อะโอะโมะริ อิวะเตะ ยะมะงะตะ ฯลฯ
-ทัวร์ญี่ปุ่นภูมิภาคตะวันออก (คันโต) เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า โทะจิงิ คะนะงะวะ ฯลฯ
-ทัวร์ญี่ปุ่นภูมิภาคกลาง (จูบุ) เช่น นาโงย่า ทะกะยะมะ โทะยะมะ นะงะโนะ ชิซุโอะกะ คะนะซะวะ ฯลฯ
-ทัวร์ญี่ปุ่นภูมิภาคตะวันตก (คันไซ) เช่น โอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา วะกะยะมะ ฯลฯ
-ทัวร์ญี่ปุ่นเกาะชิโกะกุและหมู่เกาะทะเลใน (เซโตะไนไค) เช่น ทะกะมะทสุ คะงะวะ โทะกุชิมะ เอะฮิเมะ ฯลฯ
-ทัวร์ญี่ปุ่นภาคตะวันตก (จูโงะกุ) (เช่น ฮิโรชิม่า โอะกะยะมะ ชิมะเนะ ทตโตะริ ยะมะงุจิ ฯลฯ)
-ทัวร์ญี่ปุ่นภาคใต้ เช่น คิวชู และเกาะโอกินะวะ

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดาแล้ว ยังมีมรดกโลกซึ่งรอคอยผู้มาทัวร์ญี่ปุ่นอยู่ โดยมรดกโลกที่สำคัญของญี่ปุ่นมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งล้อมรอบด้วยธรรมชาติ และสภาพอากาศที่ต่างกันไปในสี่ฤดู อย่างเช่น สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ ซึ่งทำให้ทุกคนระลึกถึงความสูญเสียในอดีต ในบรรดามรดกโลกทางประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานหลายแห่ง ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเอกลักษณ์เฉพาะของชาวญี่ปุ่นที่เที่ยงตรง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และมีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจลึกซึ้งถึงจิตใจของชาวญี่ปุ่น และรากฐานทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น หากนักท่องเที่ยวท่านใดเคยมาทัวร์ญี่ปุ่นจะทราบว่ามรดกโลกของญี่ปุ่นมีอีกเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น

-อุทยานแห่งชาติชิเรโทโกะ บนเกาะฮอกไกโด

-เทือกเขาชิระกะมิ-ซันจิ อยู่ระหว่างจ.อะโอโมริ และจ.อะคิตะ

-หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิระคะวะโกะ และโกคะยะมะ ในจ.กิฟุ

-อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ศาลเจ้าโทโชหงุที่เมืองนิคโก ในจ.โทชิหงิ

-อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมืองเก่านารา

-อนุสรณ์พุทธสถานวัดโฮริวหยิ จ.นารา

-อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของเมืองเก่าเกียวโต (เมืองฟูจิ และโอทจึ)

-สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเส้นทางจาริกแสวงบุญแถบเทือกเขาคิอิ

-ปราสาทฮิเมจิโจในจังหวัดเฮียวโกะ

-โบราณสถานหงุซึคุบนเกาะโอกินาวะ

-เกาะยะกุชิมะ

สภาพภูมิอากาศ และฤดูกาล

ช่วงที่ร้อนที่สุดในรอบปีคือเดือนสิงหาคม ช่วงที่หนาวที่สุดในรอบปีคือ เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์จากเหนือสุดสู่ใต้สุด อุณหภูมิจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ยกเว้นที่เกาะโอกินาว่า ที่อุณหภูมิอบอุ่นตลอดปี ดังนั้นควรเช็คสถาพอากาศของญี่ปุ่นก่อนการทัวร์ญี่ปุ่น ส่วนฤดูกาลในญี่ปุ่นมี 4 ฤดู คือเริ่มจาก ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว โดยในแต่ละฤดูก็มีความสวยงาม ความน่ารักอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละฤดู ทำให้ไม่ว่าจะไปทัวร์ญี่ปุ่นในช่วงใดก็ตาม ญี่ปุ่นจะสร้างความประทับใจให้ท่านเสมอ

แต่ในบรรดาฤดูกาลทั้งสี่ของญี่ปุ่น ฤดูที่ชาวญี่ปุ่นปิติยินดีกันมากที่สุด และเป็นช่วงที่มีทัวร์ญี่ปุ่นมาญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก คือฤดูที่ดอกซากุระเบ่งบาน เนื่องจากชาวญี่ปุ่นต่างก็หลงชื่นชอบในความงดงามของดอกซากุระ มาตั้งแต่ 1,300 ปีก่อน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดชาวญี่ปุ่นหลายล้านคนต่างเฝ้ารอวันที่ซากุระจะผลิดอกบาน แต่ซากุระจะบานประมาณ 1 สัปดาห์ ในรอบ 1 ปี เพียงเท่านั้น ทำให้ดอกซากุระกลายเป็นดอกไม้ที่ล้ำค่า แม้ในยามที่กลีบดอกซากุระร่วงหล่น ผู้คนก็ได้สัมผัสถึงความงดงามที่เรียกว่า “วะบิซะบิ” (ความงามอันแสนเศร้า) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวญี่ปุ่น ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวต้องการมาทัวร์ญี่ปุ่นเพื่อชมความงามของซากุระก็ต้องติดตามข่าวสารกันให้ดี

อันดับสถานที่ที่มีต้นซากุระมากที่สุด

ภูเขา “โยชิโนะ” (จังหวัดนารา) 30,000 ต้น

ทะเลสาบ “ซะยะมะโกะ” (จังหวัดไซตะมะ) 20,000 ต้น

ทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิด้านเมืองโยชิดะ (จังหวัดยะมะนะชิ) 20,000 ต้น

อันดับสถานที่ที่มีคนไปร่วมงานชมดอกซากุระมากที่สุด

เทศกาลชมดอกซากุระ “ฮิโระซะกิ” (จังหวัดอะโอะโมะริ) 2,130,000 คน

เทศกาลชมดอกซากุระ “อุเอะโนะ” (กรุงโตเกียว) 1,500,000 คน

เทศกาลชมดอกซากุระ “คาคุโนะดะเตะ” (จังหวัดอะกิตะ) 1,331,000 คน

อาหารญี่ปุ่น

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวไปทัวร์ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก คือ ต้องการที่จะลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นจากต้นตำรับ ซึ่งเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น อยู่ที่ความสดใหม่ของตัววัตถุดิบ และรสชาติอันโอชะของอาหาร เนื่องจากผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ  เช่น ท้องทุ่งนา ไร่ผักผลไม้ เรื่อยไปจนถึงทะเลและมหาสมุทร ซึ่งเรือประมงใช้อวน ลากเอาสัตว์น้ำนานาชนิด มาปรุงเป็นอาหาร จากความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ของการดำรงชีพ ได้นำไปสู่การค้นคว้าปรับปรุงรสชาติ และคุณค่าของอาหารอย่างยาวนาน ต่อเนื่องมาหลายศตวรรษพอๆ กับการปรับปรุงการให้บริการ จนยกระดับกลายมาเป็นศิลปะอีกชนิดหนึ่ง แม้แต่อาหารพื้นธรรมดาๆ ก็ยังมีรสนิยมในการจัดวางบนภาชนะ ให้ดูสวยงามน่ารับประทานที่สุด นอกจากนี้ภัตตาคาร และร้านอาหารต่างๆ ล้วนบริการนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่นทุกท่านด้วยอาหารรสชาติเยี่ยม ซึ่งสามารถวางใจได้ในเรื่องมาตรฐานด้านสุขอนามัย และน้ำประปาจากก๊อก ที่สะอาดปลอดภัยสามารถดื่มได้ทันที

สกุลเงิน ภาษาราชการ และศาสนา

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปทัวร์ญี่ปุ่นคือ สกุลเงิน ญี่ปุ่นมีหน่วยเป็นเยน เงินเหรียญที่ใช้กันในญี่ปุ่นมีราคา 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีใช้ราคา 1,000 5,000 และ 10,000 เยน อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 100 เยน เท่ากับ 32 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) ภาษาราชการ คือภาษาญี่ปุ่น และในแต่ละภูมิภาคก็จะมีภาษาท้องถิ่นของตนเอง ส่วนภาษาอังกฤษจะมีใช้กันบ้างในบางที่ เช่น สนามบิน โรงแรมใหญ่ๆ หรือสถานที่ราชการบางแห่งที่ต้องติดต่อสื่อสารกับคนต่างชาติ ศาสนา ที่สำคัญในญี่ปุ่นมีสองศาสนา ได้แก่ ชินโต และพุทธศาสนา

 

More Information»
ทัวร์เกาหลี

ทัวร์เกาหลี

ทัวร์เกาหลี

มีนาคม 72014

ประเทศเกาหลีใต้ตั้งอยู่ที่คาบสมุทรเกาหลี ทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย พื้นที่กว่า 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา จึงจัดเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ จากเทือกเขาและหุบเขาหลากหลายขนาดที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม

หากนักท่องเที่ยวได้ไปทัวร์เกาหลีจะพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีนั้น สามารถแบ่งออกได้ทั้งเป็นทั้งหมด 7 ส่วนดังต่อไปนี้ เกาะเซจู กรุงโซล บริเวณใกล้เคียงกรุงโซล ภาคกลาง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคตะวันออก และสุดท้ายภาคตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 5 อันดับแรก ได้แก่

-กรุงโซล ถือได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การคมนาคม และศูนย์รวมของความรู้ทั้งปวง และยังเป็นเมืองหลวงของประเทศ อีกทั้งยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้ภายในมีทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และวัตถุโบราณจำนวนมาก แต่ในด้านความทันสมัยกรุงโซลก็ไม่น้อยหน้าเมืองอื่นแต่อย่างใด เนื่องจากมีสถานที่ที่น่าสนใจไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่จะไปทัวร์เกาหลีอย่างมากมาย เช่น สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ หอคอยกรุงโซลที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า คาสิโน เป็นต้น

-เกาะเซจู เป็นเกาะที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากมีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นลงสุดโรแมนติก ริมชายหาดแสนสวย หรือกิจกรรมปีนภูเขา Halla ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของประเทศเกาหลี หากสามารถปีนเขาขึ้นไปได้ ท่านจะได้พบกับชมความงดงามของทะเลสาป Baeknok นอกจากนี้เกาะเชจูยังมีสัญลักษณ์ที่เก่าแก่คือ ทอลฮารุบังหรือหินปู่ ที่แกะสลักจากหินลาวา ซึ่งมีให้เห็นได้ทั่วไปบนเกาะเชจู รูปปั้นเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่คุ้มครองสถานที่ต่างๆ ปัจจุบันเป็นที่นิยมของหมู่นักท่องเที่ยว ซึ่งมักจะมาถ่ายรูปคู่กับหินปู่อยู่เสมอ

-เมืองบูซาน เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็น 2 ของประเทศ ซึ่งในทุกๆ ปี จะมีนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เกาหลีจำนวนมาก มาเยือนวัด Beomeosa ที่ตั้งอยู่ในป่าล้อมรอบด้วยหุบเขา แห่งนี้ นอกจากนี้เมืองบูซานยังขึ้นชื่อมากในกิจกรรมการปีนเขา แถมในเรื่องของการช็อปปิ้ง สถานบันเทิงต่างๆ ยังไม่มีแพ้กรุงโซลเลยด้วย

-เมืองอินชอน เป็นเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และด้านเศรษฐกิจ เห็นได้จากจำนวนตึกสูงที่เพิ่มเป็นจำนวนมากในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และที่สำคัญในปี 2014 เมืองแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองศูนย์กลางเจ้าภาพ Asian Game 2014 ซึ่งจะดูดหลายได้มหาศาลเข้าประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแหล่งชอปปิ้งเก๋ๆ ให้เลือกเดินเลือกชอปกันได้อย่างจุใจที่เขต Bupyeong อีกด้วย

-เมืองโซกวิโพ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเจจู ประกอบผาหินที่มีความสวย ชายหาดยอดฮิต น้ำตกสุดตระการตา เมืองชายหาดแห่งนี้มีกิจกรรมทางทะเลให้ทำมากมาย เช่น ดำน้ำ ทัวร์เรือดำน้ำ แถมยังมีร้านอาหารหลายแห่งที่มีพ่อครัวที่มีฝีมือเป็นเลิศในการทำอาหารทะเล และ อาหารพื้นเมืองแสนอร่อย นอกจากนั้นหากเข้าไปในตัวเมืองยังมี วัด พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก รวมทั้ง สวนพฤกษชาติให้เข้าชมอีกด้วย หากอยากไปดูสนามฟุตบอลที่เคยใช้แข่งขันฟุตบอลโลกก็สามารถเข้าชมได้เช่นกัน

สำหรับเรื่องน่ารู้ที่ควรจะทราบก่อนไปทัวร์เกาหลี ได้แก่

สภาพอากาศที่เกาหลี

ประเทศเกาหลีจะแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาล แต่ละฤดูกาลก็จะมีช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป

- ฤดูใบไม้ผลิ อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 6 ถึง 16 องศา เป็นฤดูที่มีดอกไม้บานเป็นจำนวนมากและมีความสวยงามมากที่สุด หากเดินทางไปช่วงนี้ก็สามารถใส่เสื้อผ้าสบายๆ ได้

- ฤดูร้อน อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม จะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 ถึง 38 องศา เป็นช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนใกล้เคียงบ้านเรา แต่อาจจะมีฝนตกบ้างเป็นบางวัน หากเดินทางในช่วงนี้ควรพกร่มติดตัวไปด้วย ส่วนต้นไม้ใบหญ้าจะกลายเป็นสีเขียวชอุ่ม ที่สำคัญเลยคือหากเดินทางในช่วงนี้จะได้ตั๋วเครื่องบิน และห้องพักในราคาถูกที่สุด

- ฤดูใบไม้ร่วง ถึงใบไม้เปลี่ยนสี อยู่ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน จะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 5 ถึง 25 องศา เป็นช่วงที่มีอากาศสดชื่นมากที่สุด ท้องฟ้าแจ่มใส ใบไม้เปลี่ยนสี อย่างสวยงาม เป็นช่วงที่ผู้คนชอบในการเดินทางเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้อะไรอะไรก็แพงไปหมด แต่ขอรับรองว่าคุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน

- ฤดูหนาว อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ จะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย -5 ถึง -20 องศา อากาศจะแห้งและหนาวมาก จนอาจจะมีหิมะตกในบางวัน การแต่งกายช่วงนี้ให้ใส่เสื้อผ้าที่สร้างความอุ่นให้กับร่างกายให้ได้มากที่สุด หากไปเดินทางในช่วงนี้ กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การเล่นสกี ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำหรับฤดูกาลนี้ที่เกาหลี

การแต่งกายไปเกาหลี

ก่อนเดินทางไปเกาหลีนั้นควรตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีก่อน เนื่องจากสภาพอากาศในแต่ละฤดู ของประเทศเกาหลีนั้นมีความแต่ต่างกันมาก หากไม่ได้ตรวจสอบก่อน จากที่จะไปสนุกสนานจะกลายเป็นเอาทรมานได้ง่ายๆ หากว่าไปฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ ควรเตรียมเสื้อคลุมกันหนาวตัวหนา ถุงเท้า ถุงมือ หมวกไหมพรม และผ้าพันคอไว้ให้พร้อม

จัดกระเป๋าเดินทาง ไปเกาหลี

การจัดกระเป๋าเดินทางนั้นไม่ควรมีน้ำหนักเกิน 20 กิโลกรัม ต่อ 1 ท่าน หากน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดท่านอาจจะต้องจ่ายน้ำหนักที่เกินกิโลกรัมละ 400–500 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของทางสายการบินด้วย นอกจากนี้โรงแรมที่พักในประเทศเกาหลีนั้น มีพนักงานบริการยกกระเป๋าน้อยมาก และต้องจ่ายค่าบริการตามมารยาทอย่างน้อย 5,000-6,000 วอน / ใบ

บัตรเครดิต ใช้ที่เกาหลี

สำหรับบัตรเครดิตที่เกาหลีใช้ได้ทั้งบัตรวีซ่า และมาสเตอร์การ์ด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสามารถใช้ได้ทุกที่ เช่น ร้านปลอดภาษี โรงแรมภัตตาคาร ร้านอาหารใหญ่ๆ ห้างสรรพสินค้าในเมืองสำคัญๆ ยกเว้นในส่วนของตลาดพื้นเมือง แต่ก็ควรเตรียมเงิน วอน หรือ เงินดอลล่าร์สหรัฐ ไปด้วยจะสะดวกกว่าในการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านขายของทั่วไป เพราะสินค้าพื้นเมืองบางอย่างร้านพื้นเมืองจะมีราคาถูกกว่าร้านใหญ่ที่รับบัตรเครดิต

กระแสไฟฟ้าในเกาหลี

กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศเกาหลีที่ทั้งแบบ 110 และ 220 โวลต์ โดยปลั๊กสองขาแบบแบนจะเป็น 110 โวลต์ ส่วนปลั๊กสองขาแบบกลมจะเป็น 220 โวลต์ ดังนั้นควรเตรียมตัวแปลงปลั๊กเต้าเสียบแบบสามขาไปด้วย เนื่องจากที่เกาหลีส่วนใหญ่จะใช้เต้าเสียบแบบหัวกลม แต่ประเทศไทยใช้แบบหัวเหลี่ยม

ความปลอดภัยในการเดินทางไปเกาหลี

ระบบรักษาความปลอดภัยของสนามบินมีความเข้มงวดมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นเครื่อง โดยทุกท่านจะได้รับการตรวจสอบสัมภาระ และไม่อนุญาตให้นำของมีคมทุกชนิดขึ้นเครื่อง นอกจากนี้ประเทศเกาหลียังไม่อนุญาตให้นำวัตถุเหลวทุกชนิดขึ้นเครื่องออกจากประเทศ ท่านควรจัดเก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ และหากทางสายการบินตรวจพบอาจถูกยึดโดยไม่คืนให้ สิ่งที่สำคัญคือควรมีการจัดการเตรียมความพร้อมแต่แรก เพื่อที่จะได้ไม่ยุ่งยากในระหว่างการเดินทาง

สกุลเงินเกาหลี

เกาหลีใช้สกุลเงินวอน โดย 1,000 วอน จะแลกเงินไทยได้ประมาณ 28-30 บาท (ข้อมูล เดือนมีนาคม พศ. 2557) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนการเดินทาง สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้ที่ธนาคาร และร้านแลกเงินทั่วไป
-เงินวอนที่เป็นเหรียญมีราคา 10 50 100 และ 500 วอน
-ธนบัตรมีราคา 1,000 5,000 และ10,000 วอน

ภาษาเกาหลี

ชาวเกาหลีใช้ภาษาเกาหลี หรือ ฮันกึล แต่ส่วนมากสามารถพูดภาษาจีนได้ ส่วนภาษาอังกฤษจะใช้กันได้น้อยแต่สามารถใช้ได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยส่วนมากแล้วป้ายแนะนำสถานที่จะมีภาษาอังกฤษเขียนกำกับเอาไว้ด้วย บางสถานที่อาจจะมีป้ายกำกับภาษาไทยด้วย

เวลาที่เกาหลี

เวลาที่ประเทศเกาหลีจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง จึงขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกท่านปรับนาฬิกา เพื่อความสะดวกในการนัดหมายกับหัวหน้าทัวร์ หรือเดินทางขึ้นเครื่องกลับ เพื่อไม่ให้พลาดการนัดหมายที่สำคัญระหว่างการเดินทาง

การให้ทิปที่เกาหลี

ธรรมเนียมการให้ทิปที่ประเทศเกาหลีนั้น ส่วนมากจะให้ทิปคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น 20,000 วอน / ทริปเดินทาง / ท่าน นอกเหนือจากนี้ เช่น พนักงานที่คอยมาบริการยกกระเป๋า บริการเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารนั้นแล้วแต่น้ำใจที่จะมีให้

อาหารเกาหลี

อาหารทัวร์ส่วนมากจะเป็นอาหารชนิดเดียวต่อมื้อ เช่น หมูย่างเกาหลี ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี แต่จะมาพร้อมกับเครื่องเคียงเป็นผักต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมของประเทศเกาหลี เนื่องจากเกาหลีมีวัฒนธรรมในการรับประทานอาหารชนิดเดียว หากรสชาติไม่ถูกปาก ท่านสามารถขอซอสต่างๆ ที่ไกด์ได้จัดเตรียมไว้ให้ หากเป็นอาหารสั่งเองตามร้านทั่วไป ก็มีให้เลือกหลายพันอย่าง แต่ที่แนะนำเป็นพิเศษเลยคือ ขาปูยักษ์แบบบุฟเฟต์และไวน์ไม่อั้นตามภัตตาคารหรูหลายแห่งที่คอยให้บริการ

น้ำประปาในเกาหลี

น้ำประปาที่ประเทศเกาหลีมีความสะอาดมาก สามารถดื่มได้โดยตรงทันที ในการเข้าพักในโรงแรมที่เกาหลีน้ำดื่มอยู่ในห้องพักจะมี 2 ขวดซึ่งเป็นน้ำดื่นที่เตรียมไว้บริการแก่ผู้เข้าพักฟรี ส่วนน้ำแร่และมินิบาร์ในโรงแรมราคาจะสูงกว่าปกติ หรือสูงกว่าร้านค้าด้านนอกโรงแรม นอกจากนี้ภายในห้องพักยังมีกาต้มน้ำชาบริการฟรีอีกด้วย

ห้องน้ำในเกาหลี

ห้องน้ำในเกาหลีมีความสะอาดพอๆ กับบ้านเรา โดยทั่วไปจะให้บริการฟรี สามารถเข้าใช้ตามสถานที่สาธารณะ ร้านค้า ใกล้ลานจอดรถ โรงแรม ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในประเทศเกาหลี

รถแท็กซี่ที่เกาหลี

สำหรับการเดินทางโดยรถแท็กซี่ที่เกาหลีนั้นไม่แนะนำให้ใช้บริการ หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากมีราคาที่แพงมาก ซึ่งจะต้องจ่ายค่าโดยสาร 1,900 วอน สำหรับ 2 กิโลเมตรแรก และเสียอีก 100 วอน ทุกระยะ 168 เมตร ถ้าจราจรติดขัดแท็กซี่วิ่งได้น้อยกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 1,000 วอน ทุก 41 วินาที นอกจากนี้ค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้นอีก 20 % ในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตีสี่

ระยะเวลาในการบิน

หากบินตรงจากประเทศไทยสู่เกาหลีจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง แต่เที่ยวบินกลับจะใช้เวลามากกว่าประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการบินทวนกระแสลม

การนอนแบบอนดอล

ชาวเกาหลีมีวัฒนธรรมในการนอนที่เรียกว่า อนดอล ซึ่งเป็นการนอนบนเสื่อหนาที่ปูบนพื้น โดยใต้พื้นห้องจะมีท่อระบายอากาศที่ทำด้วยหินหรือคอนกรีต ในสมัยโบราณลมร้อนจะถูกระบายผ่านช่องเพื่อให้เกิดความร้อน ดินเหนียวและปูนจะถูกนำมาวางบนหิน เพื่อป้องกันผู้อยู่อาศัยไม่ให้ได้รับก๊าซพิษ ปัจจุบันใช้ท่อน้ำร้อนให้ไหลผ่านพื้นซีเมนต์ที่คลุมด้วยพรมน้ำมัน ซึ่งสามารถให้ความอบอุ่นได้ไม่แพ้กัน

การอาบน้ำแร่

การอาบน้ำแร่ถือเป็นกิจกรรมที่นิยมกันมากในเกาหลี เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าการอาบน้ำแร่ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคผิวหนัง และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง โดยสถานที่อาบน้ำแร่จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นสวนน้ำที่มีทั้งในร่มและกลางแจ้ง ส่วนที่สองเป็นการอาบน้ำแร่แบบเกาหลี ซึ่งจะไม่อนุญาตให้ใส่ชุดชั้นใน หรือชุดว่ายน้ำใดๆ เข้าไปเป็นอันขาด

 

More Information»
All Listing Types All Locations Any Rating

Listing Results

  • ทัวร์อเมริกา

    ทัวร์อเมริกา

    Read more
  • ทัวร์จางเจียเจี้ย

    ทัวร์จางเจียเจี้ย

    Read more
  • ทัวร์ซีอาน

    ทัวร์ซีอาน

    Read more
  • ทัวร์กุ้ยหลิน

    ทัวร์กุ้ยหลิน

    Read more
  • ทัวร์ฮาร์บิน

    ทัวร์ฮาร์บิน

    Read more
  • ทัวร์คุนหมิง

    ทัวร์คุนหมิง

    Read more
  • ทัวร์ปักกิ่ง

    ทัวร์ปักกิ่ง

    Read more
  • ทัวร์เดนมาร์ก

    ทัวร์เดนมาร์ก

    Read more
  • ทัวร์สวีเดน

    ทัวร์สวีเดน

    Read more
  • ทัวร์กรีซ

    ทัวร์กรีซ

    Read more
  • ทัวร์ฝรั่งเศส

    ทัวร์ฝรั่งเศส

    Read more
  • ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

    ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

    Read more
  • ทัวร์ออสเตรีย

    ทัวร์ออสเตรีย

    Read more
  • ทัวร์นอร์เวย์

    ทัวร์นอร์เวย์

    Read more
  • ทัวร์อิตาลี

    ทัวร์อิตาลี

    Read more
  • ทัวร์เยอรมัน

    ทัวร์เยอรมัน

    Read more
  • ทัวร์เบลเยี่ยม

    ทัวร์เบลเยี่ยม

    Read more
  • ทัวร์รัสเซีย

    ทัวร์รัสเซีย

    Read more
  • ทัวร์อังกฤษ

    ทัวร์อังกฤษ

    Read more
  • ทัวร์นิวซีแลนด์

    ทัวร์นิวซีแลนด์

    Read more
  • ทัวร์ออสเตรเลีย

    ทัวร์ออสเตรเลีย

    Read more
  • ทัวร์แอฟริกาใต้

    ทัวร์แอฟริกาใต้

    Read more
  • ทัวร์เซี่ยงไฮ้

    ทัวร์เซี่ยงไฮ้

    Read more
  • ทัวร์ฮ่องกง

    ทัวร์ฮ่องกง

    Read more
  • ทัวร์มาเก๊า

    ทัวร์มาเก๊า

    Read more
  • ทัวร์จีน

    ทัวร์จีน

    Read more
  • ทัวร์อียิปต์

    ทัวร์อียิปต์

    Read more
  • ทัวร์ตุรกี

    ทัวร์ตุรกี

    Read more
  • ทัวร์จอร์แดน

    ทัวร์จอร์แดน

    Read more
  • ทัวร์ภูฏาน

    ทัวร์ภูฏาน

    Read more
  • ทัวร์อินเดีย

    ทัวร์อินเดีย

    Read more
  • ทัวร์กัมพูชา

    ทัวร์กัมพูชา

    Read more
  • ทัวร์ไต้หวัน

    ทัวร์ไต้หวัน

    Read more
  • ทัวร์บาหลี

    ทัวร์บาหลี

    Read more
  • ทัวร์อินโดนีเซีย

    ทัวร์อินโดนีเซีย

    Read more
  • ทัวร์มาเลเชีย

    ทัวร์มาเลเชีย

    Read more
  • ทัวร์เวียดนาม

    ทัวร์เวียดนาม

    Read more
  • ทัวร์สิงคโปร์

    ทัวร์สิงคโปร์

    Read more
  • ทัวร์พม่า

    ทัวร์พม่า

    Read more
  • ทัวร์ญี่ปุ่น

    ทัวร์ญี่ปุ่น

    Read more
  • ทัวร์เกาหลี

    ทัวร์เกาหลี

    Read more